สอบเข้ามหาวิทยาลัย

เส้นทางการเป็นหมอ.. พร้อมไขข้อสงสัย 'ทำไมอยากเรียนหมอต้องออกจากวง!?'


              เมื่อค่ำวานนี้ (10 กันยายน 2560) ได้มีการประกาศสำคัญกับวง BNK48 ขึ้นมา นั่นคือ น้องคิทแคต ประกาศจบการศึกษา หรือ ขอออกจากวง เนื่องจากเตรียมตัวศึกษาต่อทางด้านแพทยศาสตร์ ในขณะที่วง BNK48 ครบรอบและผ่านการเปิดตัวเดบิวต์อย่างเป็นทางการเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา นับเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างรวดเร็วจนแฟนๆ โอตะหลายคนยังไม่สามารถทำใจได้ และหลายคนที่ไม่ได้ติดตามวงก็สงสัยว่า ทำไมแค่เตรียมตัวเรียนหมอ ต้องออกจากวงเลยหรอ? วันนี้ทีมงาน AdmissionPremium จะมาอธิบายให้ได้ทราบกัน
 

BNK48 วงไอดอลที่คุณสามารถพบได้!


ก่อนที่จะเริ่มเรื่องราว เราต้องมาทำความรู้จักกับ BNK48 กันสักเล็กน้อย..


              สำหรับ BNK48 เป็นวงไอดอลสัญชาติไทย เป็นวงน้องสาวลำดับที่ 6 ของ AKB48 ที่มีชื่อเสียงและโด่งดังจากประเทศญี่ปุ่น โดยประกาศจัดตั้งเมื่อ 26 มีนาคม 2559 และได้ทำการออดิชั่นและคัดเลือกสมาชิกรุ่นที่หนึ่ง จากผู้สมัคร 1,357 คน จนเหลือ 29 คนสุดท้าย โดยได้มีการเปิดตัวสมาชิกรุ่นที่ 1 อย่างเป็นทางการเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2560 ในงาน Japan Expo Thailand และเปิดการแสดงครั้งแรก (เดบิวต์) เมื่อ 2 มิถุนายน 2560 ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์
 
              มีสมาชิกทั้งหมด 29 คน และมาสมาชิกที่ทำการแลกเปลี่ยนจาก AKB48 1 คนคือ รินะ อิซุตะ โดยตอนนี้มีซิงเกิลที่ปล่อยออกมาให้ได้ฟังแล้วทั้งหมด 3 ซิงเกิลด้วยกัน คือ "Aitakatta" (อยากจะได้พบเธอ), "365 Nichi No Kamihikouki" (365 วันกับเครื่องบินกระดาษ) และ "Oogoe Diamond" (ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ) โดยทั้ง 3 ซิงเกิลนั้นเป็นการแปลภาษามาจากเพลงต้นฉบับของ AKB48 นอกจากนั้นยังมีเพลงประจำวงชื่อเพลงว่า BNK48 โดยเป็นการรวบรวมสถานที่และสิ่งที่น่าสนใจของกรุงเทพมหานครมาร้อยเรียงเป็นเพลง

              สำหรับเพลงที่กำลังจะปล่อยออกมาในเร็วๆ นี้คือ "Koi Suru Fortune Cookie" (คุกกี้เสี่ยงทาย) 

              โดยแนวคิดของ BNK48 จะเหมือนของ AKB48 นั่นคือ "ไอดอลที่ไปพบได้" (Idol you can meet) ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นจะมีเธียร์เตอร์ หรือโรงละครของตัวเองเพื่อทำการแสดงในแต่ละสัปดาห์ แต่เนื่องจาก BNK48 ยังไม่มีเธียร์เตอร์ จึงทำการก่อตั้ง Digital Live Studio ขึ้นมาเพื่อให้แฟนๆ มาพบปะเหล่าสมาชิก และถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Live และ Youtube ในทุกวัน (แต่ปัจจุบันลดเหลือเพียง 3 วันแล้ว)

              ทั้งนี้ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าวงนี้มีทั้งหมด 48 คน.. แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะวงในเครือ 48 นั้นไม่ได้มีสมาชิกอย่างตายตัว เนื่องจากสมาชิกสามารถเข้าออก สลับย้ายทีมได้เสมอ รวมทั้งมีการประกาศจบการศึกษา และรับสมัครสมาชิกใหม่เป็นระยะ ส่วนที่มาของเลข 48 นั้นไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่ามาจากอะไร แต่จากการสันนิษฐานแล้วอาจจะมาจากนามสกุลของประธานบริษัทนั่นเอง
 

เส้นทางการเรียนหมอ.. ไม่ได้ง่ายเท่าไรนะ


              ใครอยากเป็นหมอ ยกมือขึ้น!.. ว่ากันว่าเส้นทางการการเรียนต่อในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่หนักในยุคปัจจุบัน เพราะคุณหมอจะต้องเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและความรู้เพื่อสามารถตรวจและวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง สามารถแก้ปละบรรเทาอาการป่วยของผู้ป่วยจนหายดีได้.. 

              ดังนั้นการเตรียมพร้อมและทุ่มเวลาเรียนในด้านวิทยาศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนด้านแพทยศาสตร์อย่างมาก ถึงแม้ปัจจุบันทาง กสพท. จะเปิดรับเด็กสายศิลป์สามารถสอบ คณะแพทยศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ ได้ก็ตาม แต่ก็ต้องแม่นพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน จึงทำให้เด็กศิลป์ต้องตั้งใจและเรียนรู้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพื่อโอกาสที่จะสามารถทำคะแนนสู้กับเด็กสายวิทย์ได้.. และถึงแม้จะเป็นเด็กสายวิทยาศาสตร์ก็ไม่เช่นเรื่องง่ายเช่นกันที่อยู่ดีๆ ก็จะมาเรียนหมอได้เลย
 
              นอกจากพื้นฐานการเรียนที่สำคัญแล้ว การเตรียมตัวสอบก็ยังสำคัญไม่แพ้กัน เพราะผลคะแนนที่ทำได้นั้นเป็นตัวชี้ชะตาว่าน้องๆ จะสอบติดหมอหรือไม่ เพราะสัดส่วนคะแนนที่นำมาคัดเลือกน้องๆ นั้นคือ วิชาสามัญ 70% และวิชาเฉพาะ 30% 

              โดยวิชาสามัญก็มาจากการสอบวิชาสามัญ ประกอบไปด้วย วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) 40% + คณิตศาสตร์ 1 20% + ภาษาอังกฤษ 20% + ภาษาไทย 10% + สังคมศึกษา 10%  และน้องๆ ที่กำลังศึกษา ม.6 ในปีการศึกษาที่คัดเลือก ต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60% ถึงจะผ่านการคัดเลือก 

              และตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบจากเดิมที่ กสพท. จัดสอบแยกเอง ต้องมารวมเข้ากับระบบ TCAS ในรอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน 

              แต่..สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมคือ โดยปกติในปีที่ผ่านมา น้องๆ จะมีระยะเวลาในการพักหลังจากการสอบแต่ละอย่างประมาณเดือนถึงสองเดือน แต่ระบบ TCAS ทำการจัดสอบติดกัน โดยน้องๆ  ที่จะเข้า กสพท. จะสอบ 3 สัปดาห์ติดกัน (สอบ O-Net ก่อน แล้วค่อยสอบวิชาเฉพาะความถนัดทางการแพทย์ แล้วจึงสอบวิชาสามัญ)


              ดังนั้นในระบบใหม่นี้ หากไม่วางแผนการอ่านหนังสือดีๆ ก็มีโอกาสที่จะพลาดฝันได้สูงพอสมควรเลยทีเดียว..

              เมื่อสอบเสร็จและได้รับการคัดเลือกเป็นนักศึกษาแพทย์แล้ว.. การเรียนในแพทย์ในแต่ละชั้นปีก็ต้องมีความตั้งใจ มุ่งมั่นอย่างสูงอีกเช่นกัน เพราะเป็นอีกหนึ่งตำราและอีกหนึ่งบททดสอบที่ทุกคนต้องผ่านไป ให้ได้ อีกทั้งยังไม่รวมการศึกษาเพิ่มเติมหรือเฉพาะทางอีก

              เรียกได้ว่า กายต้องพร้อม ใจต้องพร้อมด้วยเลยทีเดียว! 
 

ทำไมต้องออกจากวง.. เรียนไปด้วยไม่ได้หรอ?

 
              เป็นคำถามที่คนภายนอกอาจจะสงสัย.. หากย้อนดูวงรุ่นพี่อย่าง AKB48 แล้วมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เพราะไม่สนใจในเรื่องการเรียน แต่เนื่องจากว่าการเป็นไอดอล ต้องมีการฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อการแสดงในเธียร์เตอร์ หรือการแสดงภายนอก รวมทั้งพัฒนาการที่แฟนๆ โอตะจะคอยให้กำลังใจและสนับสนุนตลอด และตารางงานที่ไม่แน่นอน ทำให้ไม่สามารถเรียนในระบบปกติได้ สมาชิกของ AKB48 ส่วนใหญ่จึงเรียนแบบ Homeschool แทน

              ซึ่งตอนเปิดการรับสมาชิก BNK48 ก็เคยมีข้อกำหนดนี้เช่นกัน แต่เนื่องจากวัฒนธรรมของประเทศไทยที่ต้องให้การเรียนมาเป็นอันดับหนึ่ง จึงไม่ได้มีข้อกำหนดในส่วนนี้ โดยสมาชิกทั้งหมดก็คงกำลังเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยกันได้ 

              แต่อย่างหัวข้อที่ผ่านมาได้กล่าวไว้ การเตรียมตัวเพื่อศึกษาต่อในด้านแพทยศาสตร์หรือสายวิทยาศาสตร์สุขภาพนั้นต้องมีการเตรียมตัว และฟิตความรู้ให้พร้อมเสมอ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่ต้องเรียนไปด้วย และทำงานไปด้วย เพราะหากมีเธียร์เตอร์แล้วต้องมีการซ้อมที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกิจกรรมของ BNK48 ที่จะเริ่มมีเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม (เช่น การเลือกตั้ง เพื่อเลือกเซ็นบัตสึในซิงเกิลถัดไป, รายการวาไรตี้, งานจับมือ เป็นต้น)

              ดังนั้นการตัดสินใจของน้องคิตแคตจึงเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเช่นกันที่ต้องเลือกเส้นทางเดิน ไม่สามารถก้าวทั้งสองเส้นทางพร้อมกันได้ 

              ทางทีมงาน Admission Premium ขอเป็นกำลังใจให้น้องคิตแคต และน้องๆ ทุกคนที่กำลังก้าวตามความฝัน ทำให้เต็มที่ พี่ๆ เชื่อว่าความพยายามและความตั้งใจของ้องๆ จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างงดงามแน่นอน :)
 

" บินไปไกลแค่ไหน ยังไงก็ไม่สำคัญ
กว่าการที่ได้โบยบิน ไปถึงยังที่ไหนมา
ปล่อยใจไปตามใจฝัน ปล่อยใจลอยล่องในนภา
หมุนไปในเวลาทุกช่วงที่มี 365 Rokujuugo Nichi "

 

กลุ่มคณะและสาขาวิชาที่เหมาะสมคือทางด้าน :
วิทยาศาสตร์สุขภาพนิเทศศาสตร์ (ศิลปะการแสดงภาพยนตร์)

 
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/bnk48official/

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ?

  • บุคคลทั่วไป
  • เป็นสมาชิกแล้ว