หน้าแรก คลังความรู้ เรียนต่อ

หมอม้า กับ หมอสัตว์ป่า: 2 สายเฉพาะทางในคณะสัตวแพทย์ที่หลายคนมองข้าม

วันที่เวลาโพส 22 มิถุนายน 69 13:16 น.
อ่านแล้ว 0
พี่กองทัพ AP
Faculty Guide · อาชีพที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก

หมอม้า กับ หมอสัตว์ป่า: 2 สายเฉพาะทางในคณะสัตวแพทย์ที่หลายคนมองข้าม

 

คณะสัตวแพทย์ไม่ได้มีแค่หมอหมาแมว พี่ชวนน้องรู้จัก 2 เส้นทางที่ทั้งเท่และมีความหมาย พร้อมวิธีเดินไปให้ถึง

ภาพประกอบบทความ หมอม้าและหมอสัตว์ป่า สายเฉพาะทางในคณะสัตวแพทย์

พอพูดถึง "คณะสัตวแพทย์" น้องๆ หลายคนนึกภาพหมอที่ตรวจหมาแมวในคลินิกใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วคณะนี้กว้างกว่านั้นมาก วันนี้พี่อยากชวนรู้จัก 2 สายที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง แต่น่าสนใจสุดๆ คือ "สัตวแพทย์ม้า" กับ "สัตวแพทย์สัตว์ป่า"

6 ปี

หลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต (สพ.บ.)

2 สาย

เฉพาะทางที่บทความพารู้จัก

ใบอนุญาต

ต้องมีจากสัตวแพทยสภา ก่อนประกอบวิชาชีพ

สายแรก: สัตวแพทย์ม้า

ม้าเป็นสัตว์ที่ดูแลละเอียดอ่อนกว่าที่คิด คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่าแค่อาหารผิดประเภทก็อาจทำให้เกิด "อาการเสียดท้อง" (colic) ซึ่งทางมหิดลระบุว่าเป็นอาการอันดับหนึ่งที่ทำให้ม้าเสียชีวิต จึงเป็นสายที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านเกี่ยวกับโรคและการดูแลม้า ในไทยมีเครือข่ายวิชาชีพอย่าง "ชมรมสัตวแพทย์บำบัดโรคม้าแห่งประเทศไทย" รองรับผู้สนใจสายนี้ และในข้อมูลเผยแพร่ของคณะ มหิดลยังระบุว่ามีการให้คำปรึกษาแก่ผู้เลี้ยงม้าด้วย

colic = อาการอันดับ 1 ที่ทำให้ม้าเสียชีวิต (อ้างอิง ม.มหิดล)
สองสายนี้ไม่ใช่คณะแยก แต่เป็นความเชี่ยวชาญที่น้องค่อยๆ สร้างได้จากคณะสัตวแพทย์

สายสอง: สัตวแพทย์สัตว์ป่า

สายนี้ทำงานกับสัตว์ป่าและสัตว์ในสวนสัตว์ เช่น ช้าง เสือ ลิง นก ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะในการดูแล งานในบางหน่วยงานอาจรวมถึงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเตรียมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติด้วย ตัวอย่างหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนี้ ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ซึ่งเคยมีประกาศรับสมัครตำแหน่งสัตวแพทย์), องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และองค์กรอนุรักษ์อย่างมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า อีกทั้งยังมี "สมาคมสัตวแพทย์สัตว์ป่าและสวนสัตว์แห่งประเทศไทย" เป็นเครือข่ายให้ต่อยอด ในระดับคณะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่และสัตว์ป่าโดยเฉพาะ

เส้นทางสู่ 2 สายนี้

ทั้งสองสายเริ่มจากจุดเดียวกัน คือสอบเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์ เรียน 6 ปี แล้วค่อยเลือกลงลึกในชั้นคลินิก เกณฑ์รับเข้าของแต่ละมหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ต่างกัน บางแห่งใช้ TPAT1 (กสพท.) ร่วมกับ A-Level จึงควรเช็กเกณฑ์รายมหาวิทยาลัยที่ mytcas ให้ละเอียด เมื่อเรียนจบ เส้นทางสู่ใบอนุญาตมี 3 ขั้น ดังนี้

1

จบหลักสูตรที่รับรอง

จากสถาบันที่สัตวแพทยสภารับรอง

2

สอบผ่านการประเมิน

ตามเกณฑ์ของสัตวแพทยสภา

3

ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาต

จึงเริ่มประกอบวิชาชีพได้

สรุปจากพี่

ถ้าน้องรักสัตว์และอยากทำอาชีพที่มีความหมาย สองสายนี้น่าสนใจมากนะคะ พี่เชียร์เต็มที่เลยค่ะ

แหล่งอ้างอิง
  1. คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล — ข้อมูลการดูแลม้าและภาวะเสียดท้อง (colic) vs.mahidol.ac.th
  2. คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่และสัตว์ป่า vet.ku.ac.th
  3. เครือข่ายวิชาชีพ VPAT — ข้อมูลชมรมสัตวแพทย์บำบัดโรคม้าฯ และสมาคมสัตวแพทย์สัตว์ป่าและสวนสัตว์แห่งประเทศไทย vpatthailand.org
  4. สัตวแพทยสภา — การขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ. 2545 vetcouncil.or.th
  5. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช — ประกาศรับสมัครงานตำแหน่งสัตวแพทย์ dnp.go.th
  6. ระบบ TCAS (mytcas) — เกณฑ์การรับเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์รายมหาวิทยาลัย mytcas.com
ภาพปิดท้ายบทความ เส้นทางอาชีพสัตวแพทย์เฉพาะทาง

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ