สอบเข้ามหาวิทยาลัย

​4 เทรนด์โซเชียลมีเดียที่กำลังเปลี่ยนไปในปี 2017


ทุกวันนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย นับตั้งแต่ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ หรือที่เราเรียกว่า Social Media นั้นเอง

จุดประสงค์ในการเกิดขึ้นมาของมันอาจไม่ใช่เพื่อการทำธุรกิจอย่างเดียว อาจเป็นเพื่อการสื่อสาร ไว้เก็บความทรงจำ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ในเมื่อมันได้ผันตัวเองมาเป็นเครื่องมือชั้นดีในการทำธุรกิจแบบนี้แล้วล่ะก็ เราเองก็ต้องใช้ให้คุ้ม
 
เทคโนโลยีทุกอย่างเป็นที่รู้กันดีว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ ซึ่งเรียกได้ว่าแทบจะอัพเดทกันทุกอาทิตย์เลยดีกว่า ไม่เพียงเท่านั้นนะ แพลตฟอร์มใหม่ ๆ ก็ขยันทยอยกันออกมาให้ได้เรียนรู้และนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ทำให้เรื่องของการปรับตัว และเรียนรู้นั้นเป็นสิ่งที่คนจะทำธุรกิจต้องติดตามอยู่ตลอดเวลา
 
โดยเฉพาะกับช่วงปีใหม่ 2017 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น แล้วคุณจะตามมันทันได้อย่างไร ไปดูกันเลย


 
UploadImage
 
1.  คอนเทนต์บนโซเชียลจะขายดีมากขึ้น

การมาครั้งยิ่งใหญ่ที่สั่นสะเทือนทุกวงการนั่นก็คือ การมาของ Google AMP นั่นเอง ซึ่งเจ้าเครื่องมือตัวนี้จะเป็นส่วนช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่เนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว สวยงาม อ่านง่าย สบายตา เชื่อมโยงเนื้อหาเข้าหากัน โดยที่เค้าไม่จำเป็นต้องเสียเวลาออกจากโซเชียลมีเดียที่เค้ากำลังเล่นอยู่ด้วยซ้ำ ซึ่งการมาของเครื่องมือชิ้นนี้เองที่ทำให้คอนเทนต์ปี 2017 จะเติบโตมากยิ่งขึ้น ใครที่มีธุรกิจของตัวเองก็ต้องพยายามส่งคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ป้อนให้กับผู้ใช้งานด้วย ถึงจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้

 
UploadImage

2. Chatbot

ตอนนี้หันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึง Chatbot ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ Chatbot มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก เราสามารถใช้ Chatbot ตอบคำถามที่จำเป็นในการให้ข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนกับตัวผู้ใช้งานได้ ซึ่งมันอาจจะดูแปลก ๆ ในตอนนี้ที่เราต้องมานั่งคุยกับหุ่นยนต์ แต่ทำใจไว้เลยว่า นี่คือวิถีทางที่โลกเรากำลังหมุนไป ถ้าใครปรับตัวและยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ก่อน คนนั้นก็ชนะ ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่ตัวคุณเองก็ตาม

 
UploadImage

3. กลุ่มสังคมออนไลน์ช่วยขยายแบรนด์

ปี 2017 นี้คนทุกคนเริ่มหันมาทำคอนเทนต์กันเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าคอนเทนต์ไหนคือคอนเทนต์ดี คอนเทนต์ไหนคือคอนเทนต์ขยะ นอกซะจากต้องกดเข้าไปอ่าน ซึ่งตรงนี้แหละถ้ากลุ่มเป้าหมายเราดันไปไลค์นั่นไลค์นี่ไว้เยอะ อัตราการโชว์ของเพจเราอาจจะลดน้อยลงไป ทำให้คอนเทนต์คุณภาพของเราอาจไม่ได้แสดงศักยภาพออกมาได้ดีพอ ดังนั้นการสร้าง Group หรือจัดกลุ่มขึ้นมาโดยรวบรวมเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของเรา ก็จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ของเราได้โดยตรง ไม่ต้องกรองอ่านจากคอนเทนต์ขยะอีกต่อไป

 
UploadImage

4. Live Video จะกลายเป็นตัวเรียกแขก

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้ Facebook Live มาแรงแค่ไหน มันเป็นเหมือนเครื่องมือที่ช่วยให้ทุกคนสามารถติดต่อ มีปฏิสัมพันธ์กันได้แบบนาทีต่อนาที ได้มีปฏิกิริยาต่อกันในทันที ทำให้เป็นที่ถูกใจของใครหลายคน ซึ่งธุรกิจก็สามารถจับตรงส่วนนี้มาเล่นได้เช่นกัน เราอาจจะตั้งแบบสอบถามสำรวจความต้องการของลูกค้าเล่น ๆ ก็ได้ว่า ระหว่างสินค้า A และสินค้า B แบบไหนที่พวกเค้าชอบมากกว่ากัน โดยให้เลือกระหว่างปุ่มแสดงอารมณ์แบบต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมแล้ว เรายังได้ทำการวิจัยไปในตัวด้วย อีกอย่างหนึ่งที่ Live Video ทำได้ดีก็คือ ใครเห็นก็อยากแชร์ให้คนอื่นรู้ว่าตอนนี้สิ่งที่เค้าชอบกำลังถ่ายทอดสดอยู่ ซึ่งพอเกิดการแชร์มาก ๆ ลูกค้าใหม่ ๆ ก็ย่อมเข้ามามากขึ้นเป็นเงาตามตัว