สอบเข้ามหาวิทยาลัย

"ยศชนัน" ดัน พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยน่าน ปั้นเป็น Innovation Sandbox University พร้อมเปิด 5 คณะใหม่

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มหาวิทยาลัยน่าน เตรียมยกระดับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน สู่ "มหาวิทยาลัยน่าน" มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่มีความคล่องตัวสูง วางเป้าหมายเป็น Innovation Sandbox University พร้อมเปิด 5 คณะใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์จังหวัดน่านและภาคเหนือตอนบนโดยเฉพาะ

ยกระดับสู่ "มหาวิทยาลัยของสังคม"

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่ามหาวิทยาลัยน่านจะพัฒนาต่อยอดจากฐานเดิมของ มทร.ล้านนา น่าน ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยปรับโครงสร้างให้เหมาะสมกับการบริหารท้องถิ่น มีสถานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ

ปรัชญาการก่อตั้งคือการจำลองและพัฒนาคนในทุกช่วงวัย เพื่อรองรับให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ควบคู่กับการดูแลสังคม เรียกได้ว่าเป็น "มหาวิทยาลัยของสังคม" ที่แม้ขนาดเล็กแต่มีคุณภาพสูง

ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน

1

พัฒนากำลังคนเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต

2

วิจัยและนวัตกรรมระดับประเทศ แก้ไฟป่า-PM 2.5 ต่อยอด Green Economy และ Solar Economy

3

บริการวิชาการท้องถิ่น ยกระดับอาชีพ รายได้ และสังคมคาร์บอนต่ำ

4

สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม จุดเด่นของจังหวัดน่าน

5

บริหารจัดการรูปแบบใหม่ด้วยระบบดิจิทัล (Digital University) เน้นธรรมาภิบาล

เปิดรายชื่อ 5 คณะใหม่

1. คณะนวัตกรรมวนเกษตร

เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับป่าไม้ ทำงานร่วมกับมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน (น่านแซนด์บ็อกซ์)

2. คณะเศรษฐกิจสุขภาวะ

คณะใหม่ เชื่อมโยงสุขภาพ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ ส่งเสริมหลักสูตรใหม่เพื่อดึงดูดผู้มีศักยภาพเข้าเรียน

3. คณะวิศวกรรมเศรษฐกิจใหม่

รองรับเศรษฐกิจใหม่ เช่น ยานยนต์สะอาด ดิจิทัลและ AI ใช้ประโยชน์จาก Living Lab รวมถึงองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมภัยพิบัติ (ไฟป่า/ดินถล่ม)

4. คณะแพทยศาสตร์

ผลิตบุคลากรทางการแพทย์รองรับสังคมสูงวัยในจังหวัดน่านและพื้นที่ภาคเหนือ

5. คณะบริหารธุรกิจและสหวิทยาการ

รองรับการเปลี่ยนผ่านของคนกลุ่มเดิม ผสมผสานศาสตร์หลายแขนง คำนึงถึงผู้ที่อยู่มาก่อนหน้านี้ด้วย

คุ้มครองเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ ป้องกันสมองไหล

สาระสำคัญของร่างกฎหมายกำหนดให้คุ้มครองสิทธิผู้เรียน โดยห้ามปฏิเสธการรับเข้าเรียนหรือให้ผู้เรียนระดับปริญญาตรีต้องออกกลางคันเพียงเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ได้เรียนต่อใกล้บ้าน ลดปัญหา "สมองไหล" จากการย้ายออกไปเรียนและทำงานในจังหวัดขนาดใหญ่

ร่างกฎหมายยังเพิ่มความคล่องตัวด้านการบริหารงานบุคคล การเงิน และนิติกรรม ให้มหาวิทยาลัยบริหารรายได้ได้อย่างเป็นอิสระ ไม่ต้องนำส่งคลัง สามารถจัดตั้งหรือร่วมลงทุนในนิติบุคคลเพื่อต่อยอดงานวิจัยและส่งเสริม Startup ในพื้นที่ พร้อมคุ้มครองบุคลากรเดิมให้โอนย้ายตามความสมัครใจ โดยได้รับเงินเดือนและสวัสดิการไม่ต่ำกว่าเดิม

ขั้นตอนต่อไป — ยังไม่เปิดรับสมัคร

  • ร่างกฎหมายผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องแล้ว มีผู้เห็นด้วยมากกว่าร้อยละ 92
  • ขั้นตอนต่อไปคือส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย
  • จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนของรัฐสภา
  • ขณะนี้ยังไม่มีประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษา รายละเอียดหลักสูตร จำนวนที่นั่ง และเกณฑ์ TCAS ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจาก อว. และมหาวิทยาลัยโดยตรง

ที่มา: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (mhesi.go.th)