หน้าแรก เรียนการโรงแรม และการท่องเที่ยว ข่าว/บทความ

โอกาสที่ไทยจะได้จาก แนวโน้มพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปี 2030

วันที่เวลาโพส 13 ธันวาคม 60 17:48 น.
อ่านแล้ว 0
P' แพว AdmissionPremium

ใน 10 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จะเป็นอย่างไร?

สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTCC) รายงานถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกในปี 2016-2026 ไว้ว่า จีดีพีภาคการท่องเที่ยวจะเติบโตเฉลี่ย 4% ต่อปี โดยในปี 2026 การท่องเที่ยวจะส่งผลให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นทั้งหมด 370 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก ซึ่งถือเป็น 1 ใน 9 ของตำแหน่งงานทั้งหมดในโลก

ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวยังคาดหวังการได้รับข้อมูลจาก "บริษัทนำเที่ยว" รวมทั้งการนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เป็นที่ปรึกษาที่ดีแก่นักท่องเที่ยวทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวสืบเนื่องจากราคาเทคโนโลยี และความสามารถในการเข้าใจลูกค้า โดย 42% ของผู้ใช้บริการบริษัทนำเที่ยว ชื่นชอบบริษัทที่พวกเขารู้สึกว่าได้มีส่วนร่วม และรับฟังความต้องการของลูกค้า  

"Simon Er" ผู้จัดการทั่วไป โกลบอล แทรเวล แอนด์ เซนิก แทรเวล บริษัทนำเที่ยวยักษ์ใหญ่ในสิงคโปร์ กล่าวว่า บริษัทนำเที่ยวต้องนำเสนอบริการที่ออกแบบ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้า พร้อมสร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำ เนื่องจากลูกค้าต่างคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ทั้งหมดนี้ คือเทรนด์ท่องเที่ยวโลกในช่วง 10 ปีข้างหน้า ที่ภาคท่องเที่ยวไทยต้องติดตามสถานการณ์ตลาด แนวโน้ม และติดตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปไว้ให้ดี


"เอเชีย" GDP ท่องเที่ยวโตสูงสุด

ทั้งนี้ เอเชียจะมีการเติบโตของจีดีพีภาคการท่องเที่ยวมากที่สุด 7.1% โดยอินเดียเติบโต 7.5% ส่วนจีนเติบโต 7% ส่วนภูมิภาคที่คาดว่าจะเติบโตในอัตรา 4-6% ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลี่ย 5.8% เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ 5.6% แอฟริกา 4.2% ตะวันออกกลาง 4.9% และแอฟริกาเหนือ 4.2% ด้านภูมิภาคที่คาดว่าจะเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 4% คือ ละตินอเมริกา เติบโต 3.7% อเมริกาเหนือ 3.5% แคริเบียน 3.4% ยุโรป 2.8% และประเทศจีนจะมีการลงทุนทางการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่าสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ยังมีการคาดการณ์ว่า จีดีพีการท่องเที่ยวของสหรัฐจะยังเติบโตมากกว่า ขณะที่ประเทศอินเดีย ในปี 2026 จะอยู่ใน 10 อันดับประเทศด้านการท่องเที่ยว รวมถึงเมียนมา นามิเบีย แทนซาเนีย ยูกันดา เวียดนาม และแซมเบีย ซึ่งเมื่อดูมิติของการใช้จ่าย รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน สหรัฐฯ เยอรมัน และอังกฤษ ถือเป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูงสุด 4 อันดับแรกของโลกในปี 2026 


"ประเทศไทย" No.2 ของโลก และ "ประเทศจีน" น่าจับตาที่สุด

ส่วนประเทศไทยคาดการณ์ว่าในปี 2026 จะมีนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 2 ของโลก สูงกว่าประเทศจีนและสเปน สอดรับกับ "ยุทธศักดิ์ สุภสร" ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สำหรับโอกาสที่จะเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนมากถึง 25 ล้านคนในอนาคต และ คาดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้ภายใน 5-10 ปีนี้ จากกระแสความนิยมของตลาดจีนเที่ยวไทยที่ยังพุ่งสูงต่อเนื่อง 

สถิตินักท่องเที่ยวจีนมาไทยในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา (ปี 2007 - 2015) พบว่า ยอดนักท่องเที่ยวเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี ขณะที่รายได้เติบโตเฉลี่ย 38% สำหรับตัวเลขช่วง 6 เดือนแรกของปี 2016 มีชาวจีนเดินทางเข้ามาแล้วกว่า 4.8 ล้านคน เติบโต 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

และจากรายงาน ทรานสปอร์ต โฟกัส รีพอร์ต ของ Rome2rio ของประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า จีนถือเป็นประเทศที่น่าจับตามองอย่างมากในอุตสาหกรรมการเดินทางทางอากาศ หลังมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา โดยจัดลำดับประเทศที่มีเครือข่ายการเชื่อมโยงทางอากาศ 20 ประเทศแรกที่มีเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศมากที่สุด โดย "กรุงลอนดอน" ประเทศอังกฤษ มีเส้นทางเชื่อมโยงมากที่สุดในโลก ซึ่งมีเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศมากถึง 351 เส้นทาง โดยในภูมิภาคเอเชีย "ฮ่องกง" ถือเป็นเมืองที่มีเส้นทางเชื่อมโยงมากที่สุด สู่ 147 เมือง รองลงมาคือ "กรุงโซล" เกาหลีใต้ 141 เส้นทาง "กรุงเทพฯ" 131 เส้นทาง และ "สิงคโปร์" 129 เส้นทาง


ที่มา : m.prachachat.net

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ