หน้าแรก คลังความรู้ การพัฒนาตนเอง

คะแนน PISA 2025 เด็กไทยดีขึ้นทุกด้าน แต่ทำไม "การอ่าน" ยังรั้งท้าย

วันที่เวลาโพส 11 กันยายน 69 14:31 น.
อ่านแล้ว 0
P'Jin AdmissionPremium

วันที่ 8 กันยายน 2569 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ แถลงผลการประเมิน PISA 2025 (Programme for International Student Assessment) ซึ่งเป็นการประเมินสมรรถนะนักเรียนอายุ 15 ปี ในการนำความรู้และทักษะไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง มากกว่าการวัดผลตามหลักสูตร จัดขึ้นทุก 3 ปีโดย OECD PISA 2025 เน้นด้านวิทยาศาสตร์เป็นด้านหลัก คณิตศาสตร์และการอ่านเป็นด้านรอง และมีการประเมินเพิ่มเติมด้านการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล (Learning in the Digital World) ซึ่งวัดทั้งการแก้ปัญหาเชิงคำนวณและการกำกับตนเองเพื่อการเรียนรู้ (ผลด้านหลังจะเผยแพร่ในปี 2570)

รอบนี้มีนักเรียนทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 760,000 คน เป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปีประมาณ 33 ล้านคน จาก 91 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทย สสวท. จัดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 มีนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 8,547 คน จากสถานศึกษา 273 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกสังกัดการศึกษา

ผลของประเทศไทย เทียบกับค่าเฉลี่ย OECD

วิทยาศาสตร์
432
OECD เฉลี่ย 482
คณิตศาสตร์
407
OECD เฉลี่ย 463
การอ่าน
392
OECD เฉลี่ย 461
แก้ปัญหาเชิงคำนวณ
476
OECD เฉลี่ย 500

คะแนนของไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ในทุกด้าน โดยนักเรียนหญิงมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนชายทั้งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน ยกเว้นด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณที่นักเรียนชายมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า

เทียบกับ PISA 2022

วิทยาศาสตร์ +23 คะแนน

เพิ่มขึ้นมากที่สุดในสามด้านหลัก

คณิตศาสตร์ +13 คะแนน

เพิ่มขึ้นจาก PISA 2022

การอ่าน +13 คะแนน

เพิ่มขึ้นจาก PISA 2022 แม้ยังต่ำกว่า OECD มากที่สุดในสามด้าน

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูแนวโน้มระยะยาวตั้งแต่ PISA 2000–2025 คณิตศาสตร์และการอ่านของไทยยังมีแนวโน้มลดลง ส่วนวิทยาศาสตร์ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ผลระดับนานาชาติ

กลุ่มประเทศ OECD มีคะแนนเฉลี่ยวิทยาศาสตร์ 482 คะแนน คณิตศาสตร์ 463 คะแนน และการอ่าน 461 คะแนน ผู้นำอันดับ 1 ของโลกคือจีนสี่มณฑล (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เจียงซู เจ้อเจียง) ด้วยคะแนนวิทยาศาสตร์ 597 และคณิตศาสตร์ 612 ตามด้วยสิงคโปร์ (วิทยาศาสตร์ 560 คณิตศาสตร์ 563 และการอ่านสูงสุด 535) ประเทศ/เขตเศรษฐกิจอื่นที่ติดกลุ่มบน ได้แก่ มาเก๊า จีนไทเป ญี่ปุ่น เอสโตเนีย เกาหลี สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย

เทียบกับ PISA 2022 คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม OECD ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านการอ่าน (-14) และคณิตศาสตร์ (-9) ส่วนวิทยาศาสตร์ลดลง 3 คะแนนแต่ไม่มีนัยสำคัญ ขณะที่มี 8 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งสามด้าน คือ จอร์เจีย กัมพูชา จอร์แดน มอนเตเนโกร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทย ตุรกี และฟิลิปปินส์

ด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ กลุ่ม OECD เฉลี่ย 500 คะแนน มาเก๊าสูงสุด 572 คะแนน ตามด้วยสิงคโปร์ จีนสี่มณฑล ญี่ปุ่น จีนไทเป และฮ่องกง — ทั้งหมดอยู่ในเอเชีย

ผลตามกลุ่มโรงเรียน

โรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์

คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่าย OECD ทุกด้าน ใกล้เคียงกลุ่มประเทศคะแนนสูง

โรงเรียนสาธิต

สูงกว่า OECD ในวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ส่วนการอ่านใกล้เคียงค่าเฉลี่ย

โรงเรียนกลุ่มอื่น ๆ

ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทุกด้าน แต่หลายกลุ่มดีขึ้นจาก 2022 โดยเฉพาะโรงเรียนขยายโอกาสสังกัด สพฐ. ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้ง 3 ด้าน

ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

กลุ่มคะแนนสูง (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 90) กับกลุ่มคะแนนต่ำ (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 10) ของไทยมีคะแนนต่างกันประมาณ 200 คะแนน ไม่เปลี่ยนแปลงจาก PISA 2022

ช่องว่างของไทย
 
55 คะแนน
ช่องว่างของ OECD
 
85 คะแนน

ช่องว่างคะแนนวิทยาศาสตร์ระหว่างนักเรียนกลุ่มได้เปรียบ (สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมตั้งแต่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 ขึ้นไป) กับกลุ่มด้อยเปรียบ (ต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 25) ของไทยแคบกว่ากลุ่ม OECD แต่ช่องว่างของไทยไม่เปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ PISA 2015 ในขณะที่ OECD แคบลงเพราะกลุ่มด้อยเปรียบพัฒนาขึ้น ส่วนกลุ่มได้เปรียบรักษาระดับคะแนนไว้เท่าเดิม

ประเทศไทยมี "นักเรียนช้างเผือก" (ด้อยเปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม แต่คะแนนวิทยาศาสตร์ติดกลุ่มบนของประเทศ) อยู่ 17% สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ที่ 12% สะท้อนว่านักเรียนกลุ่มนี้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ แม้มีความด้อยเปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม

ระดับสมรรถนะ

ระดับ 2 ถือเป็นระดับพื้นฐานที่นักเรียนสามารถใช้ทักษะและความรู้ในชีวิตจริงได้ (ด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณใช้ระดับ 3 เป็นเกณฑ์อ้างอิง)

วิทยาศาสตร์ (ไทย)
 
59%
วิทยาศาสตร์ (OECD)
 
74%
คณิตศาสตร์ (ไทย)
 
41%
คณิตศาสตร์ (OECD)
 
65%
การอ่าน (ไทย)
 
41%
การอ่าน (OECD)
 
69%
คำนวณ (ไทย)
 
55%
คำนวณ (OECD)
 
64%

ตัวเลขข้างต้นคือสัดส่วนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐานขึ้นไปในแต่ละด้าน เทียบกับ PISA 2022 สัดส่วนนักเรียนไทยที่ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นทุกด้าน (วิทยาศาสตร์ +12% คณิตศาสตร์ +9% การอ่าน +6%) ส่วนประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์มากกว่า 85% ได้แก่ จีนสี่มณฑล สิงคโปร์ เอสโตเนีย ญี่ปุ่น จีนไทเป และเกาหลี ส่วนมาเก๊ามีนักเรียนผ่านเกณฑ์ด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณสูงถึง 93%

บทสรุป

ผลการประเมิน PISA 2025 สะท้อนว่าภาพรวมประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนไทย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีช่องว่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างนักเรียนกลุ่มสูงกับกลุ่มต่ำที่กว้างมาก ซึ่งแสดงถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ยังต้องได้รับการแก้ไข ขณะเดียวกันด้านการอ่านยังคงอยู่ในระดับที่ควรพัฒนาต่อเนื่อง โดยควรมุ่งพัฒนาการอ่านเชิงความหมาย การวิเคราะห์และประเมินข้อมูลจากแหล่งที่หลากหลาย ควบคู่กับการพัฒนาครู การจัดการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะ และการสนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้แก่สถานศึกษาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพสถานศึกษาทั่วประเทศ

ที่มา: pisathailand.ipst.ac.th

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ