P'Jin AdmissionPremium
วันที่ 8 กันยายน 2569 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ แถลงผลการประเมิน PISA 2025 (Programme for International Student Assessment) ซึ่งเป็นการประเมินสมรรถนะนักเรียนอายุ 15 ปี ในการนำความรู้และทักษะไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง มากกว่าการวัดผลตามหลักสูตร จัดขึ้นทุก 3 ปีโดย OECD PISA 2025 เน้นด้านวิทยาศาสตร์เป็นด้านหลัก คณิตศาสตร์และการอ่านเป็นด้านรอง และมีการประเมินเพิ่มเติมด้านการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล (Learning in the Digital World) ซึ่งวัดทั้งการแก้ปัญหาเชิงคำนวณและการกำกับตนเองเพื่อการเรียนรู้ (ผลด้านหลังจะเผยแพร่ในปี 2570)
รอบนี้มีนักเรียนทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 760,000 คน เป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปีประมาณ 33 ล้านคน จาก 91 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทย สสวท. จัดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 มีนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 8,547 คน จากสถานศึกษา 273 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกสังกัดการศึกษา

คะแนนของไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ในทุกด้าน โดยนักเรียนหญิงมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนชายทั้งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน ยกเว้นด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณที่นักเรียนชายมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า
เพิ่มขึ้นมากที่สุดในสามด้านหลัก
เพิ่มขึ้นจาก PISA 2022
เพิ่มขึ้นจาก PISA 2022 แม้ยังต่ำกว่า OECD มากที่สุดในสามด้าน
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูแนวโน้มระยะยาวตั้งแต่ PISA 2000–2025 คณิตศาสตร์และการอ่านของไทยยังมีแนวโน้มลดลง ส่วนวิทยาศาสตร์ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
กลุ่มประเทศ OECD มีคะแนนเฉลี่ยวิทยาศาสตร์ 482 คะแนน คณิตศาสตร์ 463 คะแนน และการอ่าน 461 คะแนน ผู้นำอันดับ 1 ของโลกคือจีนสี่มณฑล (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เจียงซู เจ้อเจียง) ด้วยคะแนนวิทยาศาสตร์ 597 และคณิตศาสตร์ 612 ตามด้วยสิงคโปร์ (วิทยาศาสตร์ 560 คณิตศาสตร์ 563 และการอ่านสูงสุด 535) ประเทศ/เขตเศรษฐกิจอื่นที่ติดกลุ่มบน ได้แก่ มาเก๊า จีนไทเป ญี่ปุ่น เอสโตเนีย เกาหลี สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย
เทียบกับ PISA 2022 คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม OECD ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านการอ่าน (-14) และคณิตศาสตร์ (-9) ส่วนวิทยาศาสตร์ลดลง 3 คะแนนแต่ไม่มีนัยสำคัญ ขณะที่มี 8 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งสามด้าน คือ จอร์เจีย กัมพูชา จอร์แดน มอนเตเนโกร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทย ตุรกี และฟิลิปปินส์
ด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ กลุ่ม OECD เฉลี่ย 500 คะแนน มาเก๊าสูงสุด 572 คะแนน ตามด้วยสิงคโปร์ จีนสี่มณฑล ญี่ปุ่น จีนไทเป และฮ่องกง — ทั้งหมดอยู่ในเอเชีย
คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่าย OECD ทุกด้าน ใกล้เคียงกลุ่มประเทศคะแนนสูง
สูงกว่า OECD ในวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ส่วนการอ่านใกล้เคียงค่าเฉลี่ย
ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทุกด้าน แต่หลายกลุ่มดีขึ้นจาก 2022 โดยเฉพาะโรงเรียนขยายโอกาสสังกัด สพฐ. ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้ง 3 ด้าน
กลุ่มคะแนนสูง (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 90) กับกลุ่มคะแนนต่ำ (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 10) ของไทยมีคะแนนต่างกันประมาณ 200 คะแนน ไม่เปลี่ยนแปลงจาก PISA 2022
ช่องว่างคะแนนวิทยาศาสตร์ระหว่างนักเรียนกลุ่มได้เปรียบ (สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมตั้งแต่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 ขึ้นไป) กับกลุ่มด้อยเปรียบ (ต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 25) ของไทยแคบกว่ากลุ่ม OECD แต่ช่องว่างของไทยไม่เปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ PISA 2015 ในขณะที่ OECD แคบลงเพราะกลุ่มด้อยเปรียบพัฒนาขึ้น ส่วนกลุ่มได้เปรียบรักษาระดับคะแนนไว้เท่าเดิม
ระดับ 2 ถือเป็นระดับพื้นฐานที่นักเรียนสามารถใช้ทักษะและความรู้ในชีวิตจริงได้ (ด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณใช้ระดับ 3 เป็นเกณฑ์อ้างอิง)
ตัวเลขข้างต้นคือสัดส่วนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐานขึ้นไปในแต่ละด้าน เทียบกับ PISA 2022 สัดส่วนนักเรียนไทยที่ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นทุกด้าน (วิทยาศาสตร์ +12% คณิตศาสตร์ +9% การอ่าน +6%) ส่วนประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์มากกว่า 85% ได้แก่ จีนสี่มณฑล สิงคโปร์ เอสโตเนีย ญี่ปุ่น จีนไทเป และเกาหลี ส่วนมาเก๊ามีนักเรียนผ่านเกณฑ์ด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณสูงถึง 93%
ผลการประเมิน PISA 2025 สะท้อนว่าภาพรวมประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนไทย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีช่องว่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างนักเรียนกลุ่มสูงกับกลุ่มต่ำที่กว้างมาก ซึ่งแสดงถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ยังต้องได้รับการแก้ไข ขณะเดียวกันด้านการอ่านยังคงอยู่ในระดับที่ควรพัฒนาต่อเนื่อง โดยควรมุ่งพัฒนาการอ่านเชิงความหมาย การวิเคราะห์และประเมินข้อมูลจากแหล่งที่หลากหลาย ควบคู่กับการพัฒนาครู การจัดการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะ และการสนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้แก่สถานศึกษาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพสถานศึกษาทั่วประเทศ
ที่มา: pisathailand.ipst.ac.th