สอบเข้ามหาวิทยาลัย

เตรียมพร้อม! 5 นิสัยที่ควรมีเมื่ออยากเป็น "หมอ"

5 นิสัยที่ควรมีเมื่ออยากเป็น "หมอ"
สำหรับน้องๆ ที่รู้สึกมีความตั้งใจแน่วแน่ว่าอยากเป็นหมอหรือสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ นี่คือ 5 คุณสมบัติที่ควรมี ถ้าอยากเป็นหมอหรือเรียนหมอได้ประสบความสำเร็จ ลองเอาไปลองสำรวจตัวเองดูกันว่า น้องๆ มีหรือพร้อมที่จะสร้างคุณสมบัติเหล่านี้ขึ้นมาในตัวเองหรือไม่ 

UploadImage

“อาชีพแพทย์นั้นมีเกียรติ แพทย์ที่ดีจะไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่อดตาย
ถ้าใครอยากร่ำรวย ก็ควรจะเป็นอย่างอื่น ที่ไม่ใช่แพทย์...”

.
สมเด็จพระมหิตลาธิเบต อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน


1. ขยัน
ข้อแรก สำคัญที่สุดคือ "ขยัน" หลายๆ คนอาจจะคิดว่าการเรียนแพทย์ได้จะต้องเป็นคนเก่งและฉลาดจนถึงอัจฉริยะอะไรประมาณนั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความเก่งในการเรียนแพทย์ นั่นก็คือ ความขยัน ร้อยทั้งร้อยจำไว้ว่า คนเก่ง ก็แพ้ คนขยัน นะคะ เพราะเนื้อหาวิชาที่หมอต้องเรียนนั้นไม่ได้ยากเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไปจะเข้าใจได้ เพียงแต่ปริมาณเนื้อหาที่ต้องเรียนนั้นมากมายมหาศาลเเค่นั้นเอง(เหรอ?) ดังนั้นถ้าน้องๆ คนไหน คิดว่าเก่งพอแล้ว อยากเป็นหมอ แต่ไม่ขยัน บอกได้คำเดียวว่ายากที่จะเรียนจบ หรือแม้ว่าเข้ามาเรียนได้แล้วก็จะเรียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะน้องจะไม่มีทางจดจำเนื้อหาปริมาณมากครอบจักรวาลขนาดนั้นได้ทันตลอดระยะเวลา 6 ปีแน่นอน ถ้า "ไม่ขยัน"


2. ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ง่าย
การเรียนแพทย์ในแต่ละชั้นปีนั้น จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน รวมถึงวิธีการเรียนและเนื้อหาที่เรียนก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าน้องๆ ที่รู้ตัวว่าต้องการระยะเวลาในการปรับตัวกับสถานการณ์หรือวิธีการเรียน "นานเป็นพิเศษ" ก็จำเป็นคิดพิจารณาตัวเองไว้เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการเรียนใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้เราไม่เครียดหรือวิตกกังวลจนเกินไป และสามารถสนุกไปกับการเรียนที่ท้าทายได้


3. อึด! ถึก! ทน! 
ต้องใช้คำว่า "อึด ถึก และอดทน" ในการเรียนแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นความอึดในปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย ตั้งแต่ปี 4 5 และ 6 ซึ่งจะไม่ได้เลิก 4 โมงเหมือนชีวิตเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไปแน่นอน น้องๆ ต้องอดทนในการนอนน้อย เพราะการเรียนแพทย์นั้นจำเป็นต้องมีการอยู่เวร ทำให้ในคืนที่อยู่เวรอาจจะไม่ได้นอนหรือนอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง และอาจจะต้องเรียนตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น หรือบางครั้งมีนัดเรียนเพิ่มจะเลทกว่านี้ก็มี นอกจากนี้ยังต้องอดทนในการไม่ได้เที่ยวเหมือนเพื่อนๆ หลังเลิกเรียน เที่ยววันเสาร์-อาทิตย์ หรือปิดเทอม ได้มากเหมือนเพื่อนคณะอื่นๆ ดังนั้นใครอยากเรียนหมอ บอกคำเดียว ต้องอึดและอดทน! เท่านั้น!


4. ความรับผิดชอบคือหน้าที่
แน่นอน จะเป็นหมอต้องแบกรับชีวิตคนไว้ในมือ ดังนั้น การเรียนหมอ น้องๆ ก็ต้องมีความรับผิดชอบเป็นพื้นฐาน นอกจากรับผิดชอยตัวเองในการอ่านหนังสือแล้ว ในการเรียนชั้นปีสูงๆ ซึ่งเป็นการเรียนกึ่งทำงานไปด้วย ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อการดูแลผู้ป่วย เพราะความรับผิดชอบของหมอนั้น หมายถึงการตัดสินชีวิตของผู้ป่วยคนหนึ่งเลย


5. Update ความรู้ใหม่อยู่เสมอ
การเรียนหมอ แตกต่างจากการเรียนคณะอื่นตรงเนื้อหาวิชาที่เรียนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามความก้าวหน้าทางการแพทย์ ซึ่งทุกวันนี้พัฒนาไปรวดเร็วมาก ส่งผลให้องค์ความรู้ต่างๆ ทางการแพทย์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นการเรียนหมอจึงไม่ใช่ว่าเรียน 6 ปีแล้วใช้ความรู้นั้นประกอบอาชีพไปได้ตลอดชีวิต แต่ต้องหมั่นอ่านข้อมูลทางการแพทย์ เข้าร่วมฟังสัมมนาพัฒนาความรู้อยู่เสมอ เรียกได้ว่าการเรียนแพทย์นั้น คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตนั่นเอง


สุดท้ายก็อยากฝากบอกน้องๆ ทุกคนที่ตั้งใจอยากเป็นหมอว่า ทุกวันนี้คนที่เรียนหมอเพราะกระแสสังคมนั้นมีมาก แต่เชื่อเถอะว่า การเรียนหมอนั้นไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าคนเรียนมีความตั้งใจและคุณสมบัติตามนี้นะ

UploadImage