เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ระดับอุดมศึกษา" ร่วมกับภาคีเครือข่ายรวม 6 หน่วยงาน เพื่อเชื่อมข้อมูลเด็กยากจนเข้ากับระบบคัดเลือกกลาง TCAS ป้องกันไม่ให้น้องๆ หลุดจากระบบในช่วงรอยต่อเข้ามหาวิทยาลัย
กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีทุนการศึกษาเพียงพอในระดับหนึ่ง แต่ยังขาด "ระบบการจัดการ" ที่ช่วยให้องค์กรหรือผู้สนับสนุนทุนได้เจอกับนักเรียนที่มีศักยภาพและต้องการทุนจริง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเชื่อมโยงข้อมูลเด็กที่ผ่านการพิสูจน์เศรษฐสถานะแล้วว่าอยู่ในครัวเรือนยากจนและยากจนพิเศษ ซึ่งได้รับทุนเสมอภาคต่อเนื่องตลอด 12 ปี
ศ.ดร.ยศชนัน อธิบายว่า ที่ผ่านมาเมื่อเด็กกลุ่มนี้สมัครเข้ามหาวิทยาลัย ระบบกลับไม่รู้จักพวกเขา ทำให้น้องๆ ต้องหาเงินค่าสมัครสอบและพิสูจน์ตัวเองใหม่ตั้งแต่ต้น บางคนหลุดออกจากระบบในช่วงรอยต่อนั้น จนเกิดปรากฏการณ์ "The Lost Einstein" ในประเทศไทยมายาวนาน แต่เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ด้วยการจัดการข้อมูลและการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นระบบ
กระทรวง อว. เตรียมมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในระบบ กสศ. สำหรับ TCAS70 ดังนี้
มาตรการเหล่านี้คาดว่าจะช่วยเหลือนักเรียนได้มากกว่า 28,000 คน
ศ.ดร.ยศชนัน ยังขอให้มหาวิทยาลัยทุกสังกัดใช้ข้อมูล กสศ. จัดสรรทุนการศึกษาให้นักเรียนทุนเสมอภาค เพื่อไม่ต้องพิสูจน์ฐานะซ้ำ พร้อมเปิดเผยจำนวนและสัดส่วนนักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกแหล่งทุนภายในสถาบัน โดยปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยนำร่อง 4 แห่งที่จะทำงานร่วมกับ กสศ. ในปี 2569 เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและจัดสรรทุน ดำเนินการจริงในปี 2570 ได้แก่
ทั้งนี้ ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเรียนต่อของเด็กกลุ่มขาดแคลนทุนทรัพย์อีก 1 เท่าตัว ตามฐานข้อมูลของ กสศ.
เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติของระบบ TCAS ระหว่างปี 2565-2568 ว่ามีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยรวม 85,363 คน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนสูงที่สุดในประเทศ จำแนกรายภูมิภาคได้ดังนี้
สำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่มีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษามากที่สุด มหาวิทยาลัยมหาสารคามครองอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกัน โดยปี 2568 มีจำนวน 3,040 คน (คิดเป็น 21.64% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด) และปี 2567 มีจำนวน 3,193 คน (คิดเป็น 26%) รองลงมาคือ สถาบันพระบรมราชชนก ที่มีสัดส่วนสูงถึง 60% ของนักศึกษาใหม่ 1,467 คน ตามด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 1,181 คน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 1,089 คน (ข้อมูลปี 2568)
ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวว่า แม้ตัวเลขการเข้าเรียนจะดูมาก แต่ยังมีเด็กอีกไม่น้อยที่เข้าไม่ถึงฝัน เพราะกำแพง "ค่าใช้จ่ายช่วงรอยต่อ" ของการเข้ามหาวิทยาลัยที่สูงถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของครอบครัวยากจนพิเศษ โดยมีค่าใช้จ่ายสะสมช่วงเปลี่ยนผ่านประมาณ 13,200-29,000 บาท ประกอบด้วย
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต้องจ่ายทันทีเพื่อรักษาสิทธิ์โดยไม่สามารถผ่อนผันได้ นอกจากนี้เด็กกลุ่มดังกล่าวยังเผชิญปัญหาเข้าไม่ถึงแหล่งทุน ขาดการแนะแนวที่ตรงตามศักยภาพ รวมถึง "ค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นฐาน" ซึ่งในปี 2568 มีนักเรียนต้องย้ายถิ่นฐานข้ามภูมิภาค 4,139 คน และข้ามจังหวัดในภูมิภาคเดียวกันอีก 10,934 คน นำไปสู่ค่าใช้จ่ายแฝงที่ทำให้นักเรียนจำนวนหนึ่งหลุดออกจากระบบ
กล่าวว่า ภาคีทั้ง 6 หน่วยงานจับมือกันเดินหน้าสร้าง "ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา" และผลักดันให้เกิด "การศึกษาที่ไร้รอยต่อ" โดยแบ่งบทบาทดังนี้
ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นี่คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน และแหล่งทุนเข้าด้วยกัน โดยผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทันทีคือ ในปีการศึกษา 2569 นักเรียนกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. ที่เข้าสู่ระบบ TCAS70 ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 34,000-41,000 คน จะได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย