สอบเข้ามหาวิทยาลัย

ไม่มีแรงใจในการอ่านหนังสือ ทำยังไง? นี่เลย 5 เชื้อไฟปลุกความขยันให้ลุกโชน


เคยเป็นกันไหม? อ่านหนังสือได้แปปเดียวก็เบื่อ ความขี้เกียจเริ่มคืบคลานเข้ามาเหมือนหนังสือเรียนทุกเล่มจะเคลือบยานอนหลับ ต่อให้ข่มตาฝืนอ่านแค่ไหน สุดท้ายก็จบที่หลับคาหนังสือไปโดยไม่รู้ตัว และถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเราต้องอ่านเพื่อจะสอบให้ได้คะแนนดีๆ และเอาคะแนนไปเป็นใบเบิกทางให้สอบติดคณะที่ฝันไว้ แต่ยังไงมันก็ยังหน่วงๆ เนือยๆ เราก็รู้สึกเหมือนไม่มีไฟในการอ่านหนังสืออยู่ดี

ไม่ได้ละ ถ้าหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คะแนนสอบและอนาคตคณะที่ฝันไว้ ต้องเลือนรางและริบหรี่ไปกับเปลือกตาง่วงๆ ของเราแน่นอน เมื่อเริ่มรู้ตัวอย่างนี้ เราก็มีทางออกดีๆ มาแนะนำน้องๆ ให้มีไฟในการอ่านหนังสือกันด้วย 5 สิ่งที่เป็นเชื้อไฟให้ความขยันลุกโชน เอาล่ะ มาเก็บเคล็ดไม่ลับเหล่านี้เอาไว้ไปใช้เติมพลังให้การอ่านหนังสือของเรากันเถอะ 



1. มองเป้าหมายไว้ให้ชัดเจน

น้องๆ ต้องไม่ลืมว่าเราทำไปเพื่ออะไร หรือทำเพื่อใคร  เพราะอนาคตของเรา ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราเอง น้องๆ ต้องมองเป้าหมายของตัวเองเอาไว้ให้ชัดๆ เหมือนแสงไฟในอุโมงค์ เพื่อที่เราจะได้เดินไปได้ถูกทาง เช่น น้องอยากเป็นหมอ เพราะอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ก็นึกภาพตัวเองที่เป็นหมอกำลังรักษาคนไข้ที่กำลังเจ็บปวดอยู่ ซึ่งภาพนี้แหละจะเป็นตัวนำทางและเป็นแรงผลักดันให้น้องๆ ว่าถ้าอยากเป็นหมอ ก็ต้องลุกขึ้นมาอ่านหนังสือตั้งแต่วันนี้ ถ้าไม่อ่านหนังสือแล้วเป้าหมายหรือฝันที่ตั้งใจไว้มันจะเป็นจริงได้ไงล่ะ! 


2. นึกถึงความผิดหวังเสียใจในอดีต

หลายๆ คนคงเคยสอบได้คะแนนไม่ดี เช่น คะแนนสอบกลางภาค GAT/PAT รอบที่ผ่านมา หรืออื่นๆ ที่ขาดไปแค่นิดเดียว หรือหายไปเยอะแทบไม่เหลือ ไม่ว่าผิดหวังด้วยอะไรก็แล้วแต่ ในเมื่อเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ และเราก็คงไม่อยากจะรู้สึกเสียใจอย่างนั้นอีก ทำไมไม่จัดการชีวิตเราให้ดีกว่าเดิมล่ะ จัดตารางอ่านหนังสืออย่างจริงจัง ตั้งใจอ่านหนังสือให้มากขึ้น พยายามให้มากขึ้น และคิดกับตัวเองเสมอว่า “เราต้องไม่พลาดอย่างนั้นอีก!” ก็จะช่วยให้น้องๆ มีไฟลุกไปอ่านหนังสือได้บ้างล่ะ


3. มองคนรอบตัว

ความฝันของน้องๆ ที่อยากเป็นหมอ วิศวกร สถาปนิก นักธุรกิจ รับราชการ หรืออื่นๆ หลายครั้งก็มีคนแชร์ความฝันด้วย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน หรือคนรัก ลองคิดดูสิว่าพวกเขาเหล่านั้นคงจะดีใจไม่น้อยไปกว่าเราแน่นอน ถ้าหากว่าเราทำความฝันนั้นสำเร็จ แต่ถ้าวันนี้ยังนอนเฉยๆ ยังเล่นเกม ยังออกไปเที่ยวเล่น ความฝันก็คงไม่มีทางสำเร็จได้ หรือแม้แต่คนรอบข้างที่เราเกลียดหรือดูถูกเราว่า ทำไม่ได้หรอก สอบเข้าที่นี่ไม่ติดหรอก ไม่มีทางได้คะแนนดีกว่านี้แน่ เก็บคำสบประมาทเหล่านั้นมาเปลี่ยนเป็นแรงฮึดให้เราต่อสู้ เริ่มหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเพื่อทำความฝันของตัวเองและคนรอบข้างที่คอยให้กำลังใจให้เป็นจริงเพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่เราตั้งใจให้ได้กันเถอะ


4.ไปนั่งอ่านกับเพื่อนที่ขยัน

วิธีนี้ใช้ได้ผลค่อนข้างดีกับน้องๆ หลายคนที่ไม่ค่อยมีสมาธิและหันเหความตั้งใจไปกับสิ่งยั่วยุได้ง่าย แต่เมื่อน้องๆ ได้ไปนั่งอ่านหนังสือกับเพื่อนที่ขยันอ่าน ก็เหมือนการบังคับให้เราต้องอ่านหนังสือไปด้วย เพราะกดดันที่เห็นเพื่อนอ่านหรือจะเพราะไม่มีใครรบกวนสมาธิทำให้อ่านได้นานก็ตาม ซึ่งข้อดีของการมีเพื่อนที่ขยันไปอ่านหนังสือด้วยคือ เมื่อเรามีเนื้อหาตรงไหนที่ไม่เข้าใจ ก็สามารถถามหรือปรึกษากับเพื่อนๆ ได้ด้วย 


5. อย่าหักโหม พักสายตาซักนิด ค่อยกลับมาลุยต่อ

ในกรณีที่น้องหมดไฟจริงๆ ทำยังไงก็อ่านหนังสือต่อไม่ไหว ไม่มีสมาธิในการอ่านเลย สิ่งที่น้องต้องทำคือ ลุกออกจากโต๊ะ แล้วเดินไปทำกิจกรรมอย่างอื่นสักพัก เช่น ดูทีวี ฟังเพลง เดินเล่นนอกบ้าน เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย แล้วค่อยกลับมาตั้งใจอ่านอย่างจริงจังอีกครั้ง แต่มีข้อแม้ว่าอย่าไปพักผ่อนเพลินจนหาทางกลับมาอ่านหนังสือไม่ได้ล่ะ อย่าลืมว่าเราพยายามไปเพื่ออะไร นึกถึงเป้าหมายไว้ ไปพักแล้วต้องกลับมาให้สดใสมีพลังใจมากกว่าเดิมนะ