สอบเข้ามหาวิทยาลัย

“มหิดล-จุฬาฯ-มช.” ผนึกกำลังขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย MC² เรียนข้ามมหาวิทยาลัยได้!

ภาคีไตรมิตร “มหิดล–จุฬาฯ–มช.” จับมือขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย ภายใต้แนวคิด MC² เพื่อสังคมที่เติบโต โปร่งใส และยั่งยืน


มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดประชุมความร่วมมือระหว่างสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารของทั้งสามสถาบันเป็นครั้งแรก พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ หอประชุม NSP Rice Grain Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อผนึกศักยภาพของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ยกระดับระบบอุดมศึกษาไทย และเสริมความสามารถในการแข่งขันในเวทีนานาชาติ
 

ความร่วมมือครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “MC²” หมายถึงการรวมพลังของ Mahidol (M) – Chula (C) – Chiang Mai University (CMU) โดยนำความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของแต่ละสถาบันมาผสานกันจนเกิด “พลังทวีคูณ” มุ่งพัฒนากำลังคน งานวิจัย และนวัตกรรมให้ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ
 

การประชุมเริ่มด้วย ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์และแสดงความยินดีต่อการร่วมมือในครั้งนี้ ตามด้วยศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวแสดงความยินดีเช่นกัน
 

ในโอกาสเดียวกัน อธิการบดีทั้งสามสถาบัน ได้แก่ ศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา (มหาวิทยาลัยมหิดล) ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ได้นำเสนอทิศทางนโยบาย พันธกิจ และแนวทางโครงการที่จะดำเนินการร่วมกัน
 

จากนั้นมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสามสถาบัน รับฟังข้อเสนอแนะจากกรรมการสภามหาวิทยาลัย และแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน ก่อนปิดท้ายด้วยการแลกของที่ระลึกและถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก
 

กรอบความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของอุดมศึกษาไทย ครอบคลุมมิติการบริหารจัดการอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานวิจัยและบัณฑิตศึกษา การจัดการเรียนการสอนและพัฒนานักศึกษา การบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวางแผนงบประมาณและสร้างรายได้ ตลอดจนการประเมินคุณภาพทางวิชาการและคุณภาพสถาบัน รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันกำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับมาตรฐานอุดมศึกษาไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
 

อีกสาระสำคัญคือการมุ่งสู่การเป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” ผ่านการส่งเสริมการจัดการความรู้ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และบุคลากร เพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
 

ความร่วมมือของภาคีไตรมิตร 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำครั้งนี้ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย เพื่อยกระดับศักยภาพคนทุกช่วงวัย ผลักดันงานวิจัย นวัตกรรม และสตาร์ทอัพ มุ่งแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความโปร่งใส เพื่อความยั่งยืนของสังคมไทยในระยะยาว


ขอบคุณข้อมลจาก 
Mahidol University