
สสวท. เตรียมรื้อหลักสูตรวิทย์–คณิต! รมช.ศธ. ชี้เนื้อหา “เร่งโตเกินวัย” — เรื่องนี้กระทบน้องๆ ยังไงบ้าง
น้องๆ คนไหนที่เคยรู้สึกว่า “วิชาวิทย์กับเลขทำไมมันยากจัง” หรือผู้ปกครองที่เห็นลูกแบกหนังสือเรียนหนักจนหลังแอ่น — ข่าวนี้น่าจะโดนใจ เพราะกระทรวงศึกษาธิการกำลังจะลงมือปรับเรื่องนี้แบบจริงจัง
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และมอบนโยบายสำคัญ 7 ด้าน เพื่อปรับการทำงานของ สสวท. ให้ทันยุคและลดภาระทั้งของนักเรียนและครู มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
เนื้อหา “ยากเกินวัย” ต้องปรับให้พอดี
ประเด็นที่หลายคนน่าจะอินที่สุด รมช.ศธ. มองว่าหลักสูตรและหนังสือเรียนวิทย์–คณิตของ สสวท. ลงลึกและยากเกินไปสำหรับเด็กบางพื้นที่ บางเรื่องที่ไทยเรียนตั้งแต่ ม.ต้น แต่ต่างประเทศไปเรียนตอน ม.ปลาย
เปรียบเหมือน “ใส่ปุ๋ยเร่งโตเกินไป” จนเด็กหลายคนโตไม่ทันปุ๋ย
หนังสือเรียนเบาลง + ใช้ QR Code ช่วยอธิบาย
เปลี่ยนกระดาษให้เบาลง ไม่ต้องแบกหนักเหมือนเดิม
ออกแบบให้อ่านเองเข้าใจง่าย
เนื้อหาหรือแบบฝึกหัดที่ต้องอธิบายละเอียดหรือพิสูจน์ทฤษฎี ให้ใส่ QR Code เข้าไปดูคลิปอธิบายได้ทันที
แก้ปัญหาห้องแลป–อุปกรณ์ทดลองไม่พอ
โรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลหลายแห่งต้องทำ “แลปแห้ง” คือสอนโดยไม่มีการทดลองจริง รมช.ศธ. ให้ สสวท. ประสานและแนะนำให้ สพฐ. จัดสรรงบเพิ่มในส่วนนี้
ครูได้อบรมความรู้ใหม่ แต่ลดงานอบรมที่ไม่จำเป็น
เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ครูต้องได้อัปเดตความรู้สม่ำเสมอ แต่ สพฐ. ต้องตัดการอบรมด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวออกไป เพื่อให้ครูโฟกัสกับการพัฒนาการสอนได้เต็มที่
เนื้อหาน่าสนใจขึ้น ลดความเป็นทางการ
ปรับให้การเรียนรู้ “ย่อยง่าย” และเข้าถึงได้มากขึ้น
ดูแลการจัดการสารเคมีหลังการทดลอง
สนับสนุนทั้งองค์ความรู้และงบประมาณให้โรงเรียนจัดการสารเคมีอย่างถูกวิธี ไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม
ยกระดับ Project 14 ให้โต้ตอบได้ด้วย AI
โครงการสอนออนไลน์ Project 14 ควรเป็นแบบ Interactive — เมื่อนักเรียนสงสัยตรงไหน มีระบบ AI ช่วยตอบทันที
สรุป
เป้าหมายสำคัญของนโยบายนี้คือการทำให้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เด็กทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัว พร้อมผลักดันให้ สสวท. มีบทบาทมากกว่าแค่การจัดทำหลักสูตร แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศผ่านการศึกษาอย่างแท้จริง
ที่มา: มติชนออนไลน์