สอบเข้ามหาวิทยาลัย

อว. เตรียมมาตรการคุมหลักสูตรครู หลักสูตรไร้คุณภาพ อาจถูกสั่งงดรับนักศึกษา

อว. เตรียมมาตรการคุมหลักสูตรครู หลักสูตรไร้คุณภาพ อาจถูกสั่งงดรับนักศึกษา​


ปัญหา "บัณฑิตครูล้นตลาด" กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อ อว. ออกมาประกาศมาตรการเข้มข้นเพื่อคุมปริมาณและยกระดับคุณภาพการผลิตครูในประเทศไทย น้องๆ ที่กำลังเล็งคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์อยู่ มาดูกันว่ามีอะไรเปลี่ยนบ้าง


เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อเร่งแก้ปัญหาผลิตครูเกินความต้องการและยกระดับคุณภาพบัณฑิต โดยวางมาตรการเข้มข้น 3 ด้าน

1. คุมปริมาณด้วยข้อมูลจริง ใช้ระบบ Dashboard เชื่อมโยงอัตราเกษียณกับการบรรจุจริง เพื่อส่งสัญญาณให้สถาบันลดการผลิตในสาขาที่ล้น และอัดฉีดงบจูงใจให้ผลิตใน "สาขาขาดแคลน"


2. บทลงโทษหลักสูตรด้อยคุณภาพ ใช้หลัก Shared Accountability หากหลักสูตรใดไม่ได้มาตรฐานตาม พ.ร.บ. การอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 อว. พร้อมสั่งงดรับนักศึกษาหรือยุบหลักสูตรทันที


3. เดินหน้าผลิตครูระบบปิด "ครูคืนถิ่น" ดันโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 (ปี 69–82) จำนวน 16,033 อัตรา การันตีจบมามีงานทำ 100% เน้นหลักสูตรสมรรถนะสูงและทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย อว. มุ่งเน้นผลิตครูที่ตลาดต้องการจริง ต้องเก่งเทคโนโลยี และมีตำแหน่งงานรองรับทันที

 

มุมมองจากฝั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏ

ด้าน นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา ในฐานะประธาน ทปอ.มรภ. กล่าวว่า ทุกภาคส่วนยอมรับว่าตัวเลขการผลิตบัณฑิตครูมีจำนวนมากกว่าอัตราการสอบบรรจุครู สาเหตุที่คนจำนวนมากเรียนจบครู เนื่องจากเป็นค่านิยมของคนที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด ที่อยากให้ลูกหลานประกอบอาชีพครูและเป็นข้าราชการ เพราะมีสิทธิ สวัสดิการ ความมั่นคง และเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน ซึ่งไม่ใช่แค่ในกลุ่ม มรภ. แต่รวมไปถึงมหาวิทยาลัยรัฐอื่นๆ ด้วย


นายอดิศร ระบุว่า ปัญหาครูจบใหม่ล้นตลาดไม่ใช่เรื่องใหม่ และถ้าถามว่าจะทำให้จำนวนการผลิตเท่ากับอัตราว่างบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูได้หรือไม่ ก็อยากให้ย้อนไปดูหลักสูตรอื่นๆ ด้วย เพราะหลักสูตรอื่นก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เช่น คนที่เรียนจบพยาบาลก็ไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการทุกคน


ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า เด็กที่จบในสายครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ มีงานทำกว่า 70–80% โดยการผลิตครูไม่จำเป็นต้องรองรับการบรรจุแต่งตั้งเป็นครูในหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หรือกรุงเทพมหานคร (กทม.) เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นครูเอกชน หรือประกอบอาชีพอื่นๆ ได้


สิ่งที่ควรดำเนินการ คือ การเน้นคุณภาพของหลักสูตรและการเติมเต็มทักษะอื่นๆ ให้กับบัณฑิต ไม่ใช่แค่บัณฑิตครู แต่รวมถึงบัณฑิตทุกสาขา เพราะปัจจุบันเป็นโลกของการบูรณาการการเรียนการสอนข้ามศาสตร์ ขณะนี้ทุกมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกลุ่ม มรภ. มีการเติมเต็มทักษะต่างๆ ให้กับบัณฑิตครู เช่น ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ โดยมีหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ (University Business Incubator หรือ UBI) เป็นศูนย์กลางที่ให้คำปรึกษา เงินทุน และช่องทางการพัฒนา เพื่อสร้างผู้ประกอบการใหม่และพัฒนาธุรกิจที่ตั้งขึ้นใหม่ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง รวมถึงทักษะการสื่อสารและการเจรจาต่อรอง

 

ที่มา: matichon.co.th