สอบเข้ามหาวิทยาลัย

อัปเดต! คู่มือการใช้งาน TCASfolio

TCAS PORTFOLIO GUIDE

วิธีใช้งาน TCASfolio ฉบับละเอียด 

สำคัญ: หน้าจอ เมนู เงื่อนไข และจำนวนหน้าสูงสุดอาจต่างกันในแต่ละปีและหลักสูตร ควรยึดประกาศรับสมัครของมหาวิทยาลัยในปีที่สมัครเป็นหลัก

วิธีใช้งาน TCASfolio ทีละขั้นตอน

1
STEP 01

เลือกสาขาวิชาที่ต้องการสมัคร

เมื่อเปิดระบบ TCASfolio จะพบหน้าต่างเลือกสาขาวิชา ให้พิมพ์ชื่อมหาวิทยาลัย คณะ หรือหลักสูตรในช่องค้นหา แล้วเลือกการ์ดสาขาที่ตรงกับประกาศรับสมัคร

ภาพที่ 1 หน้าต่างเลือกสาขาวิชาและจำนวนหน้าสูงสุดของแต่ละหลักสูตร
ตรวจให้ชัวร์ก่อนเลือก: เลือกสาขาได้ครั้งเดียว หากต้องการเปลี่ยนต้องสร้างพอร์ตใหม่ จึงควรตรวจชื่อมหาวิทยาลัย คณะ หลักสูตร ปีการศึกษา และจำนวนหน้าสูงสุดให้ถูกต้อง
2
STEP 02

ทำความรู้จักหน้าจัดการแฟ้ม

หน้าจอแบ่งเป็นสองส่วนหลัก: ด้านซ้ายใช้เลือกเนื้อหา เปิด–ปิดหัวข้อ และเพิ่มผลงาน ส่วนด้านขวาเป็นพรีวิวที่แสดงลำดับและหน้าตาแฟ้มจริง

ภาพที่ 2 แถบหมวดเนื้อหาด้านซ้ายและพรีวิวด้านขวา
สาขาวิชาที่ใช้สมัครแสดงสาขาที่ถูกเลือกและล็อกไว้
หน้าที่ใช้บอกจำนวนหน้าปัจจุบันเทียบกับเพดาน
เนื้อหาในแฟ้มใช้เปิด–ปิดหัวข้อ เพิ่มและจัดการผลงาน
พรีวิวแสดงหน้าแฟ้มตามลำดับจริง
วิธีทำงานที่เร็ว: ทำจากบนลงล่าง—ข้อมูลผู้สมัคร → เรียงความ → เอกสาร → ผลงาน → ตรวจจำนวนหน้า อย่าเริ่มแต่งรูปก่อนรู้ว่ามีพื้นที่เหลือเท่าไร
3
STEP 03

เลือกข้อมูลผู้สมัครที่จะให้แสดง

หมวดข้อมูลผู้สมัครอาจประกอบด้วยข้อมูลส่วนตัว ผู้ปกครอง ที่อยู่ การศึกษา ผลการเรียน คะแนนภาษาอังกฤษ คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย และข้อมูล สอวน. ให้เลือกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและช่วยยืนยันคุณสมบัติ

ภาพที่ 3 เลือกหัวข้อข้อมูลผู้สมัครจากแถบซ้ายและตรวจผลในพรีวิว
  • หน้าปกและข้อมูลหลักบางส่วนเป็นข้อมูลบังคับ จึงปิดไม่ได้
  • ก่อนปิดหัวข้อใด ให้เทียบกับประกาศรับสมัครของหลักสูตร
  • ตรวจชื่อคะแนนและค่าคะแนนที่เชื่อมจาก TCAS Verified อีกครั้ง
  • ทุกครั้งที่เปิดหรือปิดหัวข้อ ให้ดูตัวเลข “หน้าที่ใช้” เพราะอาจเปลี่ยนทันที
4
STEP 04

เขียนเรียงความหรือเหตุผลในการสมัคร

หัวใจของส่วนนี้คือการตอบว่า “ทำไมเราจึงเหมาะกับสาขานี้” โดยเชื่อมจุดเริ่มต้นของความสนใจ ประสบการณ์ที่พิสูจน์ความสนใจ และเป้าหมายหลังเรียนเข้าด้วยกัน

ภาพที่ 4 เปิดหมวดเรียงความหรือเหตุผลในการสมัครจากแถบเนื้อหา
ย่อหน้า 1 — จุดเริ่มต้นอะไรทำให้สนใจสาขานี้
ย่อหน้า 2 — หลักฐานผลงานหรือกิจกรรมใดพิสูจน์ความสนใจ
ย่อหน้า 3 — การเรียนรู้ประสบการณ์นั้นพัฒนาทักษะอะไร
ย่อหน้า 4 — เป้าหมายอยากนำความรู้ไปทำอะไรต่อ
กรอบประโยคตัวอย่าง“จากการทำ [ประสบการณ์] ฉันค้นพบว่า [ความสนใจ/ทักษะ] จึงพัฒนาต่อด้วย [โครงงานหรือกิจกรรม] ซึ่งทำให้เรียนรู้ [บทเรียน] ประสบการณ์นี้ทำให้ต้องการเรียน [สาขา] เพื่อพัฒนา [ทักษะเฉพาะ] และนำไปสู่ [เป้าหมาย]”
ก่อนส่ง: ตัดประโยคซ้ำ ตรวจชื่อคณะ/สาขา และปรับเรียงความให้เข้ากับแต่ละหลักสูตร ไม่ควรใช้ข้อความเดียวกันทุกแห่งโดยไม่แก้บริบท
5
STEP 05

เพิ่มหนังสือรับรองหรือเอกสารเพิ่มเติม

กด “เพิ่มหนังสือรับรอง / เอกสาร” แล้วใส่เฉพาะเอกสารที่ประกาศกำหนดหรือช่วยยืนยันคุณสมบัติ เช่น หนังสือรับรองจากครู ใบรับรองฝึกงาน หรือหลักฐานเฉพาะโครงการ

ภาพที่ 5 ตำแหน่งหมวดหนังสือรับรองและปุ่มเพิ่มเอกสาร
  • ไฟล์ต้องอ่านชัด มีชื่อผู้รับรองและช่องทางตรวจสอบตามความเหมาะสม
  • ตรวจลายเซ็น ตราประทับ และวันที่ว่าไม่ถูกตัด
  • หลีกเลี่ยงเอกสารซ้ำกับหลักฐานในส่วนผลงาน
  • ปกปิดเลขบัตร ที่อยู่ หรือข้อมูลบุคคลอื่นที่ไม่จำเป็น
6
STEP 06

เพิ่มผลงานให้ถูกหมวด

หมวดผลงานแบ่งตามลักษณะหลักฐาน การเลือกหมวดให้ถูกช่วยให้กรรมการอ่านเร็วและเข้าใจบริบทของผลงานได้ทันที

รางวัล / เกียรติบัตรผลการแข่งขัน รางวัล หรือประกาศนียบัตร
โครงงาน / งานวิจัยงานที่มีโจทย์ กระบวนการ บทบาท และผลลัพธ์
กิจกรรมค่าย ชุมนุม จิตอาสา หรือบทบาทผู้นำ
การอบรมคอร์ส เวิร์กช็อป หรือการพัฒนาทักษะ
ผลงานสร้างสรรค์งานออกแบบ เว็บไซต์ เกม สื่อ งานเขียน หรือศิลปะ
ภาพที่ 6 เมื่อเพิ่มโครงงาน ระบบจะสร้างรายการและเปิดเครื่องมือแก้ไข
หลักเลือกผลงาน: ความเกี่ยวข้องสำคัญกว่าจำนวน เลือกชิ้นที่พิสูจน์คุณสมบัติของสาขาได้ชัด และตัดผลงานที่คล้ายกันออกเพื่อประหยัดหน้า
7
STEP 07

กรอกรายละเอียดผลงานให้เห็นคุณค่า

กรอกหัวข้อ ระดับ ค่าใช้จ่าย หน่วยงาน จำนวนชั่วโมง ช่วงเวลา และรายละเอียดให้ครบ 

ภาพที่ 7 ตรวจรายละเอียด บทบาท ผลลัพธ์ และข้อมูลประกอบของผลงาน
  1. โจทย์: งานนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไร
  2. บทบาท: ผู้สมัครรับผิดชอบอะไรด้วยตนเอง
  3. วิธีทำ: ใช้ทักษะ เครื่องมือ หรือกระบวนการใด
  4. ผลลัพธ์: มีตัวเลข ผู้ใช้ รางวัล หรือการเปลี่ยนแปลงอะไร
  5. บทเรียน: ได้พัฒนาทักษะใดและเชื่อมกับสาขาอย่างไร
เขียนให้วัดผลได้แทน “ทำแอปกับเพื่อน” ให้เขียนว่า “รับผิดชอบออกแบบขั้นตอนใช้งานและพัฒนา React ร่วมกับทีม 3 คน ทดลองกับนักเรียน 30 คน และปรับหน้าตามข้อเสนอแนะ 2 รอบ”
8
STEP 08

ใส่รูปภาพและเลือกเลย์เอาต์

เพิ่มภาพได้สูงสุด 6 รูปต่อรายการ และมีเลย์เอาต์หลายแบบ เช่น 4:3, 4:5, 16:9, จัตุรัส, 2–6 ช่อง และแบบภาพเด่นร่วมกับภาพย่อย

ภาพที่ 8 ตัวอย่างรายละเอียดโครงงานและตำแหน่งภาพในพรีวิว
  • ภาพที่ 1: ภาพรวมผลงานหรือผลลัพธ์สุดท้าย
  • ภาพที่ 2: กระบวนการทำงานหรือบทบาทของผู้สมัคร
  • ภาพที่ 3: ผลทดสอบ การใช้งานจริง หรือการนำเสนอ
  • ภาพที่ 4–6: ใช้เมื่อให้ข้อมูลใหม่จริง ไม่ใช่ภาพซ้ำหลายมุม
ระวังการครอป: ตรวจว่าหน้า ใบประกาศ ตัวเลข และข้อความสำคัญไม่ถูกตัด และหลีกเลี่ยงภาพหน้าจอที่ตัวหนังสือเล็กจนอ่านไม่ได้
9
STEP 09

จัดลำดับ เปิด–ปิด และลบรายการ

ใช้คำสั่งเลื่อนขึ้น เลื่อนลง และลบในแต่ละรายการ ส่วนแถบด้านซ้ายใช้เปิด–ปิดหัวข้อและจัดการผลงานในแต่ละหมวด

ภาพที่ 9 แถบเครื่องมือเหนือผลงานสำหรับจัดรูปแบบ เลื่อนลำดับ และลบ
  • วางผลงานที่ตรงเกณฑ์และแข็งแรงที่สุดไว้ก่อน
  • จัดผลงานประเภทเดียวกันให้อยู่ใกล้กัน
  • ถ้าหน้าเกิน ให้ลดภาพซ้ำและรายละเอียดที่ซ้ำก่อน
  • ก่อนลบ ตรวจว่าไม่ใช่ข้อมูลที่เชื่อมจาก TCAS Verified หรือเรียกคืนยาก
10
STEP 10

ตรวจพรีวิวและคุมจำนวนหน้า

ตัวเลข “หน้าที่ใช้” ต้องไม่เกินจำนวนหน้าสูงสุดของหลักสูตร แต่ละสาขาอาจกำหนดเพดานต่างกัน จึงไม่ควรตั้งเป้าจำนวนหน้าเท่ากันทุกสาขา

ภาพที่ 10 ตรวจเนื้อหาแต่ละหมวดและพรีวิวก่อนส่งออก
  • หน้าปก: ชื่อ รูปถ่าย ปีการศึกษา และหลักสูตรถูกต้อง
  • ข้อมูลผู้สมัคร: คะแนน ตัวเลข และข้อมูลติดต่อไม่ผิด
  • เรียงความ: ไม่มีชื่อคณะหรือมหาวิทยาลัยผิด
  • ผลงาน: หัวข้อ บทบาท วันที่ ระดับ และหลักฐานตรงกัน
  • รูปภาพ: ไม่แตก ไม่ครอปจุดสำคัญ และไม่ซ้ำเกินจำเป็น
  • จำนวนหน้า: ไม่เกินเพดานและไม่มีหน้าว่างโดยไม่จำเป็น
11
STEP 11

พิมพ์หรือบันทึกเป็น PDF

เมื่อพรีวิวเรียบร้อย ให้กด “พิมพ์ / PDF” ด้านขวาบน แล้วเลือก “Save as PDF” หรือ “บันทึกเป็น PDF” ตามเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการ

ภาพที่ 11 ปุ่ม “พิมพ์ / PDF” อยู่มุมขวาบนของหน้าจัดการแฟ้ม
  1. ใช้ขนาดกระดาษตามที่ระบบสร้าง และอย่าปรับสเกลจนเนื้อหาถูกตัด
  2. ปิดหัวและท้ายกระดาษของเบราว์เซอร์ หากมี URL หรือวันที่แทรกมา
  3. ดูตัวอย่างทุกหน้าในหน้าต่างพิมพ์ก่อนบันทึก
  4. ตั้งชื่อไฟล์ให้ระบุตัวผู้สมัครและสาขา เช่น Nicha_TCASfolio_JC.pdf
  5. เปิด PDF ที่บันทึกแล้วตรวจตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย
อย่าข้ามขั้นตรวจ PDF: หน้าเว็บอาจดูปกติ แต่ไฟล์ที่พิมพ์อาจมีหน้าว่าง ภาพแตก หรือเนื้อหาตกขอบได้

เช็กลิสต์ก่อนส่งแฟ้ม

  • ชื่อ–นามสกุล เลขประจำตัว อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ถูกต้อง
  • ชื่อมหาวิทยาลัย คณะ หลักสูตร และสาขาตรงกับประกาศ
  • ข้อมูลการศึกษา GPAX คะแนน และปีการศึกษาถูกต้อง
  • ผลงานทุกชิ้นระบุบทบาทของผู้สมัครอย่างชัดเจน
  • วันที่ หน่วยงาน ระดับ และผลรางวัลตรงกับหลักฐาน
  • ไม่มีลิงก์เสีย ไฟล์หาย หรือภาพอ่านไม่ออก
  • จำนวนหน้าไม่เกินเพดานของหลักสูตร
  • ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นเกินจำเป็น
  • ไฟล์ PDF เปิดได้ครบทุกหน้าและชื่อไฟล์ชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

เลือกสาขาผิด เปลี่ยนได้ไหม?

เปลี่ยนไม่ได้และต้องสร้างพอร์ตใหม่ จึงควรตรวจชื่อหลักสูตรก่อนเลือก

ควรใส่ผลงานกี่ชิ้น?

ไม่มีจำนวนตายตัว ให้ใช้เพดานหน้าของหลักสูตรเป็นกรอบ และเลือกเฉพาะผลงานที่เสริมคุณสมบัติได้ชัดเจน

ภาพใส่ได้กี่รูป?

หน้าสาธิตระบุว่าสูงสุด 6 รูปต่อรายการ แต่จำนวนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับพื้นที่และข้อมูลใหม่ที่แต่ละภาพช่วยสื่อ

ผลงานที่มี TCAS Verified แก้ได้หรือไม่?

ข้อมูล Verified บางส่วนแก้ได้เฉพาะรูปและความรู้สึกหรือสิ่งที่เรียนรู้ 

ทำพอร์ตเดียวส่งทุกสาขาได้ไหม?

ควรทำพอร์ตแยกตามสาขา เพราะชื่อหลักสูตร เพดานหน้า เรียงความ และลำดับผลงานอาจแตกต่างกัน