หน้าแรก เรียนการโรงแรม และการท่องเที่ยว ข่าว/บทความ

เมื่อ ‘ประเทศไทย’ คือจุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยว เราจะได้โอกาสจากเรื่องนี้ยังไง?

วันที่เวลาโพส 04 ธันวาคม 60 12:46 น.
อ่านแล้ว 0
P' แพว AdmissionPremium

จากผลการจัดอันดับ เมืองท่องเที่ยวที่คุ้มค่าสุดในโลก ซึ่ง กรุงเทพฯ ก็คว้าแชมป์อันดับ 1 เมืองที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดและได้รับบริการในระดับคุณภาพมาครองได้ ทำให้เห็นว่านักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักประเทศไทย และต้องการมาสัมผัสเสน่ห์ความงามของวัฒนธรรม รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย และสภาพอากาศที่อบอุ่นตลอดปี (แม้แต่ฤดูหนาว) ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะโซนยุโรปสนใจเดินทางมายังประเทศไทย ที่ลือกหนีหนาวมาพักผ่อน


สำหรับใครที่สนใจทำงานด้านการท่องเที่ยว นี่คือโอกาสและช่องทางที่ดีสำหรับอนาคตการทำงานของคุณแน่นอน  โดย Expedia (เอ็กซ์พีเดีย) ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยของนักเดินทางชาวยุโรป ที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อผู้ที่ประกอบธุรกิจด้านท่องเที่ยวอย่างมาก ตามมาดูรายละเอียดกันได้เลย

ปริมาณนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นสูงสุด
ปริมาณนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ เยอรมันและฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 15%  ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้ นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากกว่าประเทศอื่นในแถบยุโรป นอกจากนี้ ตัวเลขการเติบโตดังกล่าวยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวจากยุโรปนิยมจองการเดินทางล่วงหน้าเป็นเวลานาน และเข้าพักนานกว่านักท่องเที่ยวในกลุ่มอื่นๆ โดยสถานที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยมคือ ที่ที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากและสามารถพักได้ในระยะยาว

" เว็บไซต์ " จุดเริ่มต้นในการวางแผนท่องเที่ยว
จากพฤติกรรมเชิงลึกของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป พบว่า การค้นหา การจอง และการเดินทางของผู้คนจากหลากหลายช่วงอายุ ต่างใช้เว็บไซต์ออนไลน์เป็นตัวเลือกแรกเพื่อวางแผนการเดินทาง ดังนั้น ทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวจึงควรเร่งปรับตัวและพัฒนาบริการช่องทางออนไลน์เพื่อสร้างความประทับใจ


อย่างไรก็ตาม พัฒนาการด้านเทคโนโลยีของคนแต่ละวัยทำให้การค้นหา วางแผน และจองทริปเดินทางของนักท่องเที่ยวแตกต่างกันไป ซึ่งรายงาน Expedia Media Solutions Research ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญในแต่ละช่วงอายุโดยแบ่งออกเป็น Gen Z,  MillennialGen X และ Baby Boomer เพื่อสะท้อนข้อมูลเชิงลึกของนักเดินทางจากยุโรปได้ชัดเจนขึ้น โดยแต่ละ Gen มีพฤติกรรมการท่องเที่ยวโดยคร่าวๆ ดังนี้
 
Gen Z  (อายุ 18-23 ปี)
- เกือบ 80% ของ Gen Z มักค้นหาแผนการเดินทางทั้งที่ยังไม่ได้เลือกปลายทาง ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าอยากเดินทางไปไหน หรืออยู่ระหว่างตัดสินใจเลือกปลายทาง 2 แห่ง
- Gen Z เป็นวัยที่ใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าอุปกรณ์อื่น โดย 63% ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว และกว่า 76% ใช้สมาร์ทโฟนระหว่างท่องเที่ยว
- ปลายทางในประเทศไทยที่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดระยอง และจังหวัดตราด ส่วนหนึ่งอาจมาจากความนิยมที่นักท่องเที่ยว Gen Z ชื่นชอบการผ่อนคลายริมทะเล ส่วนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

Millennial  (อายุ 24-35 ปี) 
- วัย Millennial เป็นกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวบ่อยกว่าช่วงวัยอื่นๆ โดยมีการเดินทางเฉลี่ย 4.3 ครั้งต่อปี แต่กลับใช้ระยะเวลาในการท่องเที่ยวแต่ละทริปน้อยที่สุด เฉลี่ย 8.5 วัน
- กว่า 70% ของคนกลุ่มนี้นิยมออกเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก และชื่นชอบกิจกรรมตามคำแนะนำของคนในพื้นที่
- สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่คนกลุ่มนี้สนใจ คือ การเรียนรู้วัฒนธรรม กิจกรรมกลางแจ้ง ทริปสำหรับครอบครัว และที่พักสุดโรแมนติก

Gen X  (อายุ 36-55 ปี)
- คนกลุ่มนี้นิยมเดินทางเป็นครอบครัว ชอบอ่านรีวิว และคำบรรยายบนเว็บไซต์เกี่ยวกับที่พัก โดยกว่า 85% จะอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจจองที่พัก

Baby Boomer (55 ปีขึ้นไป) 
- แม้จะเป็นกลุ่มคนที่มีอายุมากแล้ว แต่ Baby Boomer ในยุโปรกว่า 54% ยังคงใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางในการจองที่พักผ่านคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ยอดนิยม
- สิ่งที่พวกเขาคาดหวังเป็นอันดับต้นๆ จากผู้ให้บริการที่พัก คือ กิจกรรมระหว่างเข้าพัก ประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม และบริการที่น่าประทับใจ
- คนกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พักสูงมาก เนื่องจากนิยมเข้าพักนานถึง 10.5 วันต่อการเดินทาง
- เป็นกลุ่มที่ไม่คิดวางแผนเรื่องงบการท่องเที่ยวมากนัก ซึ่งราว 54% ระบุว่ามีการวางแผนเรื่องงบประมาณท่องเที่ยวในช่วงก่อนเดินทาง ระหว่างการวางแผนหรือจองทริป


ซึ่งข้อมูลพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงลึกของบรรดานักเดินทางชาวยุโรปในช่วงวัยต่างๆ ข้างต้นสะท้อนถึง ความสำคัญของช่องทางออนไลน์ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพัฒนาช่องทางดังกล่าวเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้า พร้อมกับช่วยขยายโอกาสให้ธุรกิจของตนเองเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ เพราะไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจเล็กหรือใหญ่ ออนไลน์ก็เป็นช่องทางสร้างโอกาสให้ได้เท่าเทียมกัน

และอย่าลืมว่ายังมีลูกค้ากลุ่มอื่น เช่น Baby Boomer ที่ชื่นชอบการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์มากกว่า ดังนั้น คุณจึงไม่ควรละเลยหน้าตาและช่องทางที่จะให้ข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสมรวมถึงสะดวกต่อการใช้งาน และไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการที่พักที่จำเป็นต้องปรับตัวหรือพัฒนาตนเองเพื่อรองรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเหล่านี้ แต่ธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องพัฒนาเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับตนเองเช่นกัน


ที่มา : www.marketingoops.com

 

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ