P'Jin AdmissionPremium
โลกวันนี้เข้าถึงความรู้ได้ง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์ คลิปสอน คอร์สออนไลน์ แอปติว และ AI ผู้ช่วยอยู่แค่ปลายนิ้ว แต่คำถามที่กำลังถูกตั้งบนเวทีการศึกษาระดับโลกคือ ทำไมการเข้าถึงความรู้ที่มากขนาดนี้ ถึงยังไม่ทำให้ “ผลการเรียนรู้” ของเด็กดีขึ้น
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 World Economic Forum (WEF) จัดเซสชันถ่ายทอดสดในหัวข้อ “More Content, Less Learning” ความยาวราว 33 นาที โดยตั้งประเด็นว่า แม้เครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลจะทำให้การเรียนรู้เข้าถึงง่ายกว่าทุกยุคที่ผ่านมา แต่ทักษะพื้นฐานอย่างการอ่านออกเขียนได้ (literacy) และการคำนวณ (numeracy) กลับถดถอยลงในหลายประเทศ
คำถามหลักที่เวทีนี้ทิ้งไว้มี 2 ข้อ คือ
1. ทำไมการเข้าถึงความรู้มหาศาลถึงไม่ได้แปลว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น
2. เราจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ “ยกระดับวิธีเรียนรู้” ได้อย่างไร
ประเด็นที่ WEF หยิบยกขึ้นมาไม่ใช่เรื่องลอย ๆ แต่สอดคล้องกับผลสอบ PISA 2022 ขององค์การ OECD ซึ่งทดสอบเด็กอายุ 15 ปีใน 81 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศแถวหน้าอย่างสิงคโปร์ยังครองอันดับ 1 ทั้งสามวิชา ตามด้วยมาเก๊า ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ แต่อยู่ที่ระบบและวิธีจัดการเรียนรู้
สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังอยู่ในระบบการศึกษาไทย ตัวเลขนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด ตามรายงานสรุปรายประเทศ (Country Note) ของ OECD ผลสอบ PISA 2022 ของไทยลดลงทั้งสามวิชาเมื่อเทียบกับปี 2018 และทั้งสามวิชาทำคะแนนเฉลี่ยได้ต่ำกว่าทุกครั้งที่เคยสอบมา
ในภาพรวม ไทยอยู่อันดับ 58 ทั้งคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และอันดับ 64 ด้านการอ่าน จาก 81 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ
ที่น่ากังวลกว่าตัวเลขอันดับ คือสัดส่วนเด็กที่ผ่าน “เกณฑ์ขั้นต่ำ” (ระดับ 2 ขึ้นไป):
โจทย์ของ WEF จึงไม่ใช่แค่เรื่องของประเทศพัฒนาแล้ว แต่เป็นภาพสะท้อนเดียวกันกับที่ไทยกำลังเผชิญ การมีคลิป มีคอร์ส มีแอปให้เลือกมากมาย ไม่ได้แปลว่าทักษะพื้นฐานจะตามทันโดยอัตโนมัติ หากเด็กอ่านจับใจความไม่ได้ หรือคิดคำนวณเชิงเหตุผลไม่เป็น คอนเทนต์ที่ล้นเกินอาจกลายเป็นแค่ “การเลื่อนผ่าน” มากกว่าการเรียนรู้
สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย บทเรียนสำคัญคือ การเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้นต้องมาพร้อมกับวิธีเรียนที่ “ลึกขึ้น” ไม่ใช่แค่ดูคลิปผ่าน ๆ แต่คือการอ่านให้เข้าใจ ฝึกคิดวิเคราะห์ และทบทวนอย่างมีระบบ ส่วนคุณครูและผู้ปกครอง โจทย์คือการช่วยให้เด็กเปลี่ยน “การเข้าถึงคอนเทนต์” ให้กลายเป็น “การเรียนรู้ที่ติดตัว” ได้จริง
ที่มาข้อมูล