หน้าแรก คลังความรู้ การพัฒนาตนเอง

WEF ตั้งคำถามการศึกษาโลก ยุคคอนเทนต์ล้นจอ แต่ทำไมเด็กเรียนรู้ได้น้อยลง

วันที่เวลาโพส 25 มิถุนายน 69 15:02 น.
อ่านแล้ว 0
P'Jin AdmissionPremium
More Content, Less Learning: เมื่อโลกมี “คอนเทนต์เรียนรู้” มากขึ้น แต่เด็กกลับเรียนรู้ได้น้อยลง

โลกวันนี้เข้าถึงความรู้ได้ง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์ คลิปสอน คอร์สออนไลน์ แอปติว และ AI ผู้ช่วยอยู่แค่ปลายนิ้ว แต่คำถามที่กำลังถูกตั้งบนเวทีการศึกษาระดับโลกคือ ทำไมการเข้าถึงความรู้ที่มากขนาดนี้ ถึงยังไม่ทำให้ “ผลการเรียนรู้” ของเด็กดีขึ้น

เวที WEF ตั้งโจทย์: คอนเทนต์มากขึ้น แต่การเรียนรู้น้อยลง

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 World Economic Forum (WEF) จัดเซสชันถ่ายทอดสดในหัวข้อ “More Content, Less Learning” ความยาวราว 33 นาที โดยตั้งประเด็นว่า แม้เครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลจะทำให้การเรียนรู้เข้าถึงง่ายกว่าทุกยุคที่ผ่านมา แต่ทักษะพื้นฐานอย่างการอ่านออกเขียนได้ (literacy) และการคำนวณ (numeracy) กลับถดถอยลงในหลายประเทศ

คำถามหลักที่เวทีนี้ทิ้งไว้มี 2 ข้อ คือ

1. ทำไมการเข้าถึงความรู้มหาศาลถึงไม่ได้แปลว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น

2. เราจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ “ยกระดับวิธีเรียนรู้” ได้อย่างไร

ข้อมูลโลกยืนยัน: คะแนนตกแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

ประเด็นที่ WEF หยิบยกขึ้นมาไม่ใช่เรื่องลอย ๆ แต่สอดคล้องกับผลสอบ PISA 2022 ขององค์การ OECD ซึ่งทดสอบเด็กอายุ 15 ปีใน 81 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ

  • คะแนนเฉลี่ยกลุ่มประเทศ OECD ด้านคณิตศาสตร์ลดลง 15 คะแนนเมื่อเทียบกับปี 2018 ส่วนการอ่านลดลง 10 คะแนน ซึ่ง OECD ระบุว่าเป็นการตกที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ในประวัติการสอบ
  • การลดลง 15 คะแนนในวิชาคณิตศาสตร์ เทียบเท่ากับการเรียนรู้ที่หายไปราว 3 ใน 4 ของปีการศึกษา
  • แม้โควิด-19 จะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่คะแนนการอ่านและวิทยาศาสตร์ของหลายประเทศมีแนวโน้มลดลงมาตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดแล้ว สะท้อนว่ามีปัจจัยอื่นร่วมด้วย

ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศแถวหน้าอย่างสิงคโปร์ยังครองอันดับ 1 ทั้งสามวิชา ตามด้วยมาเก๊า ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ แต่อยู่ที่ระบบและวิธีจัดการเรียนรู้

แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหน?

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังอยู่ในระบบการศึกษาไทย ตัวเลขนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด ตามรายงานสรุปรายประเทศ (Country Note) ของ OECD ผลสอบ PISA 2022 ของไทยลดลงทั้งสามวิชาเมื่อเทียบกับปี 2018 และทั้งสามวิชาทำคะแนนเฉลี่ยได้ต่ำกว่าทุกครั้งที่เคยสอบมา

คณิตศาสตร์394 คะแนน (ปี 2018 ได้ 419)
วิทยาศาสตร์409 คะแนน (ปี 2018 ได้ 426)
การอ่าน379 คะแนน (ปี 2018 ได้ 393)

ในภาพรวม ไทยอยู่อันดับ 58 ทั้งคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และอันดับ 64 ด้านการอ่าน จาก 81 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ

ที่น่ากังวลกว่าตัวเลขอันดับ คือสัดส่วนเด็กที่ผ่าน “เกณฑ์ขั้นต่ำ” (ระดับ 2 ขึ้นไป):

  • ด้านการอ่าน มีเด็กไทยเพียง 35% ที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ (ค่าเฉลี่ย OECD อยู่ที่ 74%)
  • ด้านคณิตศาสตร์ มีเพียง 32% ที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ (ค่าเฉลี่ย OECD อยู่ที่ 69%) และมีเด็กที่ทำคะแนนระดับสูงสุดเพียง 1% (ค่าเฉลี่ย OECD อยู่ที่ 9%)
  • เมื่อมองยาวตั้งแต่ปี 2012–2022 คะแนนการอ่านของไทยลดลงราว 60 คะแนน ซึ่งมากกว่าความรู้ที่เด็กควรสะสมได้ในหนึ่งปีการศึกษา
PISA 2022 ยังเป็นรอบล่าสุดที่เผยแพร่ผลแล้ว ส่วนรอบถัดไปคือ PISA 2025 (สอบช่วง เม.ย.–พ.ค. 2025) ซึ่ง OECD กำหนดปล่อยผลรอบแรกในวันที่ 8 กันยายน 2026 จึงเป็นตัวเลขชุดใหม่ที่ต้องจับตาว่าแนวโน้มของไทยจะดีขึ้นหรือไม่
คอนเทนต์เยอะ ไม่เท่ากับเรียนรู้ได้จริง

โจทย์ของ WEF จึงไม่ใช่แค่เรื่องของประเทศพัฒนาแล้ว แต่เป็นภาพสะท้อนเดียวกันกับที่ไทยกำลังเผชิญ การมีคลิป มีคอร์ส มีแอปให้เลือกมากมาย ไม่ได้แปลว่าทักษะพื้นฐานจะตามทันโดยอัตโนมัติ หากเด็กอ่านจับใจความไม่ได้ หรือคิดคำนวณเชิงเหตุผลไม่เป็น คอนเทนต์ที่ล้นเกินอาจกลายเป็นแค่ “การเลื่อนผ่าน” มากกว่าการเรียนรู้

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย บทเรียนสำคัญคือ การเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้นต้องมาพร้อมกับวิธีเรียนที่ “ลึกขึ้น” ไม่ใช่แค่ดูคลิปผ่าน ๆ แต่คือการอ่านให้เข้าใจ ฝึกคิดวิเคราะห์ และทบทวนอย่างมีระบบ ส่วนคุณครูและผู้ปกครอง โจทย์คือการช่วยให้เด็กเปลี่ยน “การเข้าถึงคอนเทนต์” ให้กลายเป็น “การเรียนรู้ที่ติดตัว” ได้จริง


ที่มาข้อมูล

  • World Economic Forum — เซสชันไลฟ์ “More Content, Less Learning” (24 มิ.ย. 2026): youtube.com/live/znhXm-JaKrc
  • OECD — PISA 2022 Results (Volume I): The State of Learning and Equity in Education: oecd.org
  • OECD — PISA 2022 Country Note: Thailand: oecd.org
  • OECD — PISA programme (กำหนดปล่อยผล PISA 2025 วันที่ 8 ก.ย. 2026): oecd.org
  • Bangkok Post — รายงานผลสอบ PISA 2022 ของไทย: bangkokpost.com

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ