P'Jin AdmissionPremium
"แพทย์แผนไทย" กับ "แพทย์แผนไทยประยุกต์" มีจุดร่วมมากกว่าที่หลายคนคิด ทั้งคู่เรียนศาสตร์แผนไทยและ วิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานเหมือนกัน มีเป้าหมายวิชาชีพเดียวกัน และเมื่อจบไปก็ทำงานร่วมกันใน ระบบสาธารณสุขเดียวกันภายใต้สภาการแพทย์แผนไทยเช่นเดียวกัน ทั้งสองสาขาจึงใกล้เคียงกันมาก ซึ่งบทความนี้จะพาน้อง ๆ ไปดูให้เห็นภาพรวมทั้งจุดที่เหมือนและจุดที่ต่างกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ใช่กับตัวเองได้ง่ายขึ้น

เรียนครอบคลุมทั้งศาสตร์แผนไทยและวิทยาศาสตร์การแพทย์ เช่นเดียวกับแพทย์แผนไทยประยุกต์:
เรียนครอบคลุมทั้งศาสตร์แผนไทยและวิทยาศาสตร์การแพทย์เช่นเดียวกัน แบ่งเป็นวิชาแกน วิชาพื้นฐานวิชาชีพ และวิชาชีพเฉพาะ:
ฝึกประสบการณ์วิชาชีพพร้อมกันทุกด้านที่จะขอรับใบอนุญาต ได้แก่ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย ผดุงครรภ์ไทย และนวดไทย และมักมีวิชา "ฝึกบูรณาการประสบการณ์วิชาชีพการแพทย์แผนไทย" เพื่อฝึกดูแลผู้ป่วยจริงแบบองค์รวมร่วมกับทีมสหวิชาชีพ
สถานที่ฝึก: เวชกรรมไทย ผดุงครรภ์ไทย และนวดไทย ฝึกในสถานพยาบาล ส่วนเภสัชกรรมไทยฝึกในสถานที่ผลิตยา/โรงงานผลิตยาสมุนไพร
ฝึกประสบการณ์แบบเข้มข้นในสถานพยาบาลจริง ครอบคลุมทั้ง 4 ด้านพร้อมกัน — เวชกรรม เภสัชกรรม หัตถเวชกรรม/นวด และผดุงครรภ์ — ฝึกร่วมกับทีมสหวิชาชีพภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์แผนไทยประยุกต์ เน้นวินิจฉัยเทียบเคียงแผนปัจจุบันควบคู่กับการรักษาแบบแผนไทยตลอดกระบวนการ
สถานที่ฝึก: ด้านเวชกรรมและผดุงครรภ์ฝึกในสถานพยาบาลและชุมชน ด้านเภสัชกรรมฝึกในสถานที่ผลิตยาสมุนไพรระดับอุตสาหกรรม ด้านหัตถเวชกรรม/นวดฝึกในสถานพยาบาลและสถานประกอบการแพทย์แผนไทยประยุกต์
ทั้งสองหลักสูตรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สภาการแพทย์แผนไทย ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 เหมือนกัน แต่รูปแบบใบอนุญาตต่างกันตามนิยามในกฎหมาย
สอบขอใบอนุญาตแยกได้สูงสุด 4 สาขา เลือกสอบเฉพาะสาขาที่ต้องการประกอบวิชาชีพ หรือสอบให้ครบทุกสาขาก็ได้ ขึ้นอยู่กับรายวิชาที่เรียนและฝึกมา
ใบอนุญาตแบบบูรณาการใบเดียว ไม่แยกสอบเป็นรายสาขา — ประกอบวิชาชีพโดยอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมด้วย และประยุกต์ใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยได้ตามระเบียบของสภาการแพทย์แผนไทย
ไม่ว่าจะเลือกสายไหน ทั้งสองหลักสูตรล้วนเป็นวิชาชีพที่มีใบอนุญาตรองรับตามกฎหมาย มีตลาดงานรองรับชัดเจนทั้งภาครัฐ เอกชน และสายธุรกิจสุขภาพที่กำลังเติบโตต่อเนื่องในประเทศไทย