หน้าแรก คลังความรู้ เรียนต่อ

อยากทำงานกับซีรีส์ เพลง อาหารไทย แต่ไม่อยากเป็นศิลปิน? รู้จัก "นิติสาย IP" เบื้องหลัง Soft Power

วันที่เวลาโพส 29 มิถุนายน 69 14:10 น.
อ่านแล้ว 0
ทีมงาน AdmissionPremium
นิติสาย IP เบื้องหลัง Soft Power ไทย
เส้นทางอาชีพที่หลายคนมองข้าม

อยากทำงานกับซีรีส์ เพลง อาหารไทย แต่ไม่อยากเป็นศิลปิน? รู้จัก “นิติสาย IP” เบื้องหลัง Soft Power

 
เพลง · ซีรีส์ อาหารไทย แฟชั่น · บิวตี้

น้องเคยสังเกตไหม เพลงไทยขึ้นชาร์ตต่างประเทศ ซีรีส์มีแฟนคลับทั่วเอเชีย อาหารไทยติดเทรนด์ในร้านดังทั่วโลก เบื้องหลังมูลค่าพวกนี้ไม่ได้มีแค่ศิลปินกับเชฟนะ แต่มี “คนสายกฎหมาย” คอยดูแลสิทธิ และช่วยให้ผลงานเดินไปต่อได้ไกล ถ้าน้องชอบวงการพวกนี้แต่ไม่ได้อยากเป็นคนหน้าเวที — นิติสาย IP อาจเป็นที่ของน้อง

239
รายการสินค้า GI ไทย
ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว (ปี 2568)
82,000 ล้านบาท
มูลค่าทางเศรษฐกิจรวม
ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา

Soft Power ไม่ได้มีแค่คนสร้างผลงาน

เบื้องหลังมูลค่าระดับนี้ จึงมีบทบาทของคนที่ดูแลสิทธิ การใช้ชื่อ และการต่อยอดผลงานในเชิงกฎหมายอยู่ด้วย ภายใต้กรอบนโยบาย Soft Power ไทย มีการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลายด้าน — สื่ออย่าง Thai PBS Policy Watch อธิบายว่าครอบคลุม 11 อุตสาหกรรม เช่น อาหาร ดนตรี ภาพยนตร์ เกม ศิลปะ การออกแบบ และแฟชั่น (ที่มา: Thai PBS Policy Watch) จุดร่วมของทุกเสาคือ “ไอเดียและชื่อ” ที่มีค่า และของมีค่าก็ต้องมีคนคอยดูแลสิทธิ นี่แหละที่ว่างของนักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (IP)

“Soft Power ไม่ได้มีแค่คนสร้างผลงาน แต่มีคนคอยดูแลมูลค่าของมันอยู่เบื้องหลังด้วย”

3 วงการนี้พึ่งกฎหมายอะไรบ้าง

อาหารไทย

GI & เครื่องหมายการค้า

GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) คุ้มครองชื่อสินค้าที่ผูกกับแหล่งภูมิศาสตร์ ขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อลดการนำชื่อไปใช้จนผู้บริโภคเข้าใจผิด เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุง หรือทุเรียนนนท์

บันเทิงไทย

ลิขสิทธิ์ & สัญญา

เพลง บท ภาพยนตร์/ซีรีส์ งานภาพ งานออกแบบ ได้รับความคุ้มครองด้วยลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 หากมีการละเมิด ผู้ละเมิดอาจมีความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา นักกฎหมายยังช่วยทำสัญญาศิลปิน ดีล licensing และขายลิขสิทธิ์

แฟชั่น-บิวตี้ · เสารอง

เครื่องหมายการค้า & ดีไซน์

โดยทั่วไปแบรนด์ไทยสายนี้พึ่งเครื่องหมายการค้า งานออกแบบ และบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก เป็นอีกสนามที่นักกฎหมาย IP เข้าไปช่วยดูแลได้

เด็กนิติฯ เข้าไปอยู่ตรงไหน

งานจริงมีหลายแบบ เช่น ตรวจสัญญา ช่วยยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทำงานเกี่ยวกับการคุ้มครอง GI ดูแลลิขสิทธิ์ และจัดการข้อพิพาทเวลามีคนละเมิด ในบางบทบาทยังมีส่วนช่วยแบรนด์ด้านงานสัญญา licensing หรือการใช้สิทธิทางการค้าด้วย — ไม่ใช่แค่นั่งอ่านกฎหมายแห้งๆ แต่ได้ทำงานใกล้ชิดกับวงการที่น้องชอบ

เส้นทางจากคณะนิติฯ สู่สาย IP

STEP 01

เรียนคณะนิติศาสตร์

เริ่มจากปริญญาตรีสายกฎหมายเป็นฐาน

STEP 02

เลือกวิชาสาย IP

ทรัพย์สินทางปัญญา การค้าระหว่างประเทศ หรือกฎหมายสื่อ

STEP 03

ฝึกงานจริง

สำนักงานกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายบริษัท หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

STEP 04

เป็นทนายความ

เข้าสู่กระบวนการขอรับใบอนุญาตว่าความตามเกณฑ์ของสภาทนายความ

STEP 05

เริ่มทำงานสาย IP

ดูแลลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า GI และสัญญาให้กับวงการที่น้องชอบ

อีกสายหนึ่ง: ตัวแทนสิทธิบัตร

งานสิทธิบัตรเป็นเรื่องเทคนิค เกณฑ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงวางคุณสมบัติไว้ค่อนข้างเอนมาทางผู้มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม การแพทย์ หรือผู้มีประสบการณ์งานสิทธิบัตร แล้วผ่านการอบรมและทดสอบความรู้ — เหมาะกับน้องที่ชอบทั้งวิทย์และกฎหมาย (ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา)

และถ้ามีคดีขึ้นโรงขึ้นศาล ก็มีศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษที่พิจารณาคดีด้านนี้โดยเฉพาะ

จบไปทำงานอะไรได้บ้าง

ตัวอย่างตำแหน่งที่อาจพบได้ (บางบริษัทอาจใช้ชื่อตำแหน่งต่างกันไป):

สายสำนักงานกฎหมาย
ทนายความ/ที่ปรึกษากฎหมายลิขสิทธิ์–เครื่องหมายการค้า
สายองค์กร (In-house)
นักกฎหมายองค์กรสายบันเทิง/แพลตฟอร์มคอนเทนต์ ฝ่ายดูแลทรัพย์สินทางปัญญาในบริษัทอาหาร/ความงาม
สายสิทธิบัตร
ตัวแทน/เจ้าหน้าที่สิทธิบัตร (สำหรับผู้มีพื้นเทคนิค)

เห็นไหมว่าวงกว้างกว่าที่คิด

คำแนะนำจากกองบรรณาธิการ

ถ้าอยากไปสายนี้ ควรเล็งอะไร

  • ตอนเลือกคณะ: มองหานิติฯ ที่มีวิชาเลือกสาย IP / กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ / กฎหมายสื่อบันเทิง
  • ระหว่างเรียน: ลองฝึกงานกับสำนักงานกฎหมายที่รับงาน IP หรือฝ่ายกฎหมายของบริษัทบันเทิง/อาหาร
  • เสริมแต้ม: ภาษาอังกฤษมักเป็นทักษะที่ได้เปรียบ โดยเฉพาะถ้างานแตะสัญญาหรือคู่ค้าต่างประเทศ

สรุปจากพี่

ชอบวงการครีเอทีฟไม่ได้แปลว่าต้องอยู่หน้าเวทีเสมอไปนะ ถ้าน้องเป็นคนละเอียด ชอบคิดเป็นระบบ และอยากให้ผลงานคนไทยไปไกลระดับโลก — สายนิติ IP คือเบื้องหลังที่ทำให้ Soft Power ไทยยืนได้จริง พี่เชียร์เต็มที่

เส้นทางอาชีพนิติสาย IP กับ Soft Power ไทย
อ้างอิง
  1. กรมทรัพย์สินทางปัญญา. ความสำเร็จสินค้า GI ไทย ปี 2568 (239 รายการ มูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 82,000 ล้านบาท). ipthailand.go.th
  2. กรมทรัพย์สินทางปัญญา. ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุง และทุเรียนนนท์. ipthailand.go.th
  3. Thai PBS Policy Watch. ย้อนรอยซอฟต์พาวเวอร์ กับ 11 อุตสาหกรรมเป้าหมาย. policywatch.thaipbs.or.th
  4. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (กรมทรัพย์สินทางปัญญา).
  5. กรมทรัพย์สินทางปัญญา. หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนสิทธิบัตร. ipthailand.go.th
  6. ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (ศาลชำนัญพิเศษ).

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ