หน้าแรก เรียนนิเทศฯ อาชีพในอนาคต

ไอดอลได้มั้ย? The TOYS ​เด็กดื้อที่พิสูจน์ตัวเองในเส้นทางโปรดิวเซอร์ ตั้งแต่อายุ 17

วันที่เวลาโพส 29 มิถุนายน 61 11:38 น.
อ่านแล้ว 0
P' แพว AdmissionPremium

ถ้าจะมีตัวอย่างเด็กรุ่นใหม่ที่สามารถพิสูจน์ตัวเอง ทำตามสิ่งที่เชื่อแม้ต้องขัดใจทางบ้าน และพอจะเป็นตัวอย่างให้เด็กคนอื่นๆ ในยุคนี้ได้ ชื่อของ The TOYS หรือ ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน คือคนรุ่นใหม่ที่เราอยากแนะนำให้น้องๆ หลายคนได้รู้จักเส้นทางการเป็นศิลปินและโปรดิวเซอร์ที่น่าสนใจของเขาคนนี้ ผ่านบทสัมภาษณ์ของทอยจาก www.adaymagazine.com 

ทอยเริ่มเล่นกีต้าร์ตั้งแต่เด็กๆ และมีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Overdrive Guitar Contest 9 โดยที่ไม่เคยเรียนกีต้าร์เลยสักครั้งเดียว เมื่ออายุ 17 ปี ทอยได้เริ่มทำงานทางด้านโปรดิวเซอร์ให้ศิลปินหลายท่าน อาทิเช่น วงพริกไทย เบียร์เดอะวอยซ์ วงชบา เป็นต้น เนื่องจากทอยรักในการทำเพลงจึงสามารถทำเพลงได้หลากหลายแนว จนล่าสุดได้แจ้งเกิดกับเพลง หน้าหนาวที่แล้ว จนได้เข้ามาอยู่ค่าย What the duck และ ทำเพลง ก่อนฤดูฝน ที่มียอดวิวถล่มทลายและกลายเป็นกระแสไวรัลจากท่อนแร็พที่เร็วจนทำให้หลายคนตกใจ


ความรู้สึกที่มีต่อการเป็น "ทายาทนักร้องดัง" และการพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัว
" ผมโอเคครับ เราเป็นลูกแม่นิตยา หลานป้าเจินเจิน แต่จริงๆ ก็อยากให้ทุกคนรู้ว่า คนในครอบครัวผมไม่ได้อยากให้ผมเข้ามาอยู่ในวงการนี้เลย คุณแม่บอกผมว่า “วงการนี้ไม่มีที่ตรงกลาง ถ้าไม่เจ๋งจริงก็อยู่ไม่ได้แน่ๆ แป๊บเดียวก็ร่วง” พวกเขาไม่เคยสนับสนุน ไม่ให้เรียนดนตรีอะไรเลย เอาแต่ส่งผมไปเรียนอย่างอื่น

ผมเป็นคนค่อนข้างดื้อนิดนึงครับ ผมเชื่อฟังแม่ กลัวด้วย แต่ผมดื้อในเรื่องที่รู้สึกว่าไม่จริง คำที่แม่พูดวันนั้น ทำให้อยากพิสูจน์ตัวเอง มีแรงผลักในชีวิตมากขึ้น ตอนอายุ 17 มีค่ายเพลงชวนผมไปเป็นโปรดิวเซอร์ รายได้ก็น่าตกใจสำหรับเด็กคนหนึ่งที่จะหาได้ ตอนนั้นผมรู้ตัวว่ามีเป้าหมายในชีวิตแล้ว ผมมั่นใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ต้องกล้าล้มแล้วครับ ผมดร็อปเรียนแล้วเลือกโอกาสนั้น ไม่ได้ซีเรียสด้วยว่าใครจะมองยังไง

ตอนนั้นไปที่ไหนก็ไม่มีใครยอมรับผม หมายถึงว่าเขาไม่เชื่อว่าผมจะทำได้ เพราะว่าผมดื้อ แต่ข้อดีคือมันทำให้เราได้เรียนรู้ เรื่องนี้เราทำไม่ได้จริงๆ ก็จบไป ลองทำอย่างอื่น ถ้าเรื่องไหนที่เราทำมันได้ก็เก็บตรงนั้นทีละนิดทีละหน่อย มาสร้างเป็นสิ่งใหม่ ผมว่าผมคิดไม่ผิดเลย ตอนนี้ผู้ใหญ่บางคนที่ไม่เคยเห็นด้วยกับผม เขาเปิดมากขึ้น เพราะเขาเห็นสิ่งที่ผมทำได้แล้ว "


ไม่ไปเรียนเหมือนคนอื่น และเส้นทางก่อนที่จะมีค่ายเพลงชวนไปเป็นโปรดิวเซอร์ 
" ผมเริ่มอัดงานให้พี่ที่ห้องอัดครับ ปกติซ้อมดนตรีกับเพื่อนที่นั่น เหมือนกับว่าวันนั้นเขาจะอัดเสียงกีตาร์แต่ขี้เกียจโทรตามเพื่อน เห็นผมว่างอยู่พอดีเลยชวนอัดเสียงกีตาร์แทน ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะทำได้ พอลองเล่นคอร์ดดูก็พอใช้ได้ หลังๆ เริ่มได้อัดเสียงกลอง ทำนั่นทำนี่ไปเรื่อยๆ ก็เลยได้รู้จักผู้ใหญ่มากขึ้น ส่วนเรื่องการไปเรียน ตอนแรกๆ ก็มองว่าเป็นอุปสรรคเหมือนกัน ในขณะที่เห็นทุกคนไปโรงเรียน ผมก็นั่งคิดตลอดว่าจะทำยังไงกับชีวิตดี มันมีช่วงที่ท้อนะ แต่เรารู้ว่ามีจุดหมายอยู่ แค่ยังไม่เห็นมันเฉยๆ พอทำงานไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

ผมเชื่อมาตลอดว่าการเรียนเป็นสิ่งที่ดีมากๆ แต่โอกาสก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน ที่ผมมีวันนี้ได้เพราะการเรียนรู้จากสิ่งรอบๆ ตัวที่มันให้แรงบันดาลใจกับผมครับ ช่วงที่เป็นโปรดิวเซอร์แล้วมีรายได้เข้ามา ครอบครัวก็ปล่อยมากขึ้นครับ หลังจากนั้น ผมได้แชมป์ Overdrive Guitar Contest 9 ตอนอายุ 19 น่าจะเป็นเวทีที่ช่วยพิสูจน์ให้ที่บ้านได้เห็นว่าผมทำได้จริงๆ นะ เพราะมันเป็นเวทีประกวดกีตาร์ที่ใหญ่ที่สุดในไทยและกรรมการเป็นชาวต่างชาติผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้น"


ท่อนแรพที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ทำให้เพลงและตัวเองดังมาก และมาถึงจุดนี้ได้ คิดว่าเพราะอะไร 
" มันเป็นกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ ให้คนฟังไม่รู้เรื่องครับ ถ้าผมเลือกทำเพลงให้คนฟังเข้าใจได้ตั้งแต่ฟังครั้งแรก ถึงคุณชอบ พอฟังไปเรื่อยๆ ก็คงเบื่อ แต่ถ้าฟังเพลงผมไม่รู้เรื่อง คุณไม่รู้ว่าผมร้องอะไรอยู่ จะใช่คำนี้รึเปล่า คุณจะฟังจนกว่าจะรู้ว่ามันคืออะไร แล้วจะฟังเพลงนี้ได้นานขึ้น แปลว่าเราจะอยู่ด้วยกันได้นานขึ้น

ผมคิดว่าที่มาถึงจุดนี้ได้ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นเพราะโชคนะ หลายๆ อย่างมันเป็นโอกาสมากเลย ถ้าไม่เจอพี่ห้องอัดวันนั้น ก็อาจจะไม่ได้เป็นโปรดิวเซอร์ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง เพราะคนเก่งเขาต้องเชี่ยวชาญในด้านนั้น ซึ่งผมไม่มี ผมชอบเรื่องจินตนาการ ชอบผสมอะไรที่เขาไม่กล้าคิดไม่กล้าทำ ชอบเรียบเรียง เขียนเนื้อเพลงให้ศิลปินที่ผมชอบมาร้อง มีโอกาสได้ทำเพลงอีกหลายๆ แนวในอนาคต แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ"


อาชีพโปรดิวเซอร์กับศิลปิน ชอบอะไรมากกว่า แล้วอยากทำอะไรให้กับวงการเพลงจากนี้ 
" ผมชอบการเป็นโปรดิวเซอร์ครับ สนุกกับการเป็นคนเบื้องหลังมากๆ เพราะผมทำโปรดิวซ์ตั้งแต่แรกด้วย มันเป็นตำแหน่งเดียวที่ได้คิดงานเต็มที่ ได้แสดงสิ่งที่ผมคิดออกมา นำเสนอเสียงในหัวเราได้เต็มที่ที่สุดแล้ว อีกอย่าง ถ้าไม่มีโปรดิวเซอร์ธันวาคนนี้ ก็อาจจะไม่มี The TOYS ผมอาจจะไม่มีทุกอย่างเหมือนวันนี้ก็ได้ครับ และในฐานะคนทำเพลงรุ่นใหม่ ผมอยากยกระดับเพลงไทยให้ขึ้นไปแตะระดับเพลงสากล ผมอยากให้ต่างประเทศฟังเพลงไทยบ้าง มันน่าจะรู้สึกดีมากๆ เลยถ้าหากเราไปต่างประเทศ เดินๆ อยู่ได้ยินเขาเปิดเพลงไทย ผมมองเล็กๆ แค่นี้ก่อนครับ เพราะว่าจริงๆ ถ้าให้ผมทำคนเดียว คงทำไม่ได้แน่ๆ "


ที่มา :
www.facebook.com/thisisthetoys
campus.sanook.com
www.adaymagazine.com

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ

หมวด