สภามหาวิทยาลัยทักษิณมีมติอนุมัติจัดตั้ง คณะแพทยศาสตร์ และอนุมัติ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2570) ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เพื่อเดินหน้าพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ ผลิตแพทย์เพื่อชุมชน เสริมความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ รองรับสังคมสูงวัย และตอบโจทย์ความท้าทายด้านสุขภาพของไทยในอนาคต โดยมหาวิทยาลัยเตรียมดำเนินการยื่นขอรับรองหลักสูตรและสถาบันผลิตแพทย์ตามประกาศของแพทยสภาต่อไป และคาดว่าจะเปิดการเรียนการสอนได้ใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2570

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ เปิดเผยว่า ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จึงเร่งพัฒนาระบบผลิตบุคลากรด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยสภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์และหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต เมื่อวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น
ด้านนายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาการสุขภาพ กล่าวเสริมว่า มหาวิทยาลัยได้พัฒนาหลักสูตรเสร็จสิ้นแล้ว โดยออกแบบให้ผู้เรียนมีสมรรถนะด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม บูรณาการการแพทย์สมัยใหม่ แพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ใช้ชุมชนเป็นฐาน และทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังตั้งเป้าเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยบริการสุขภาพ ชุมชน ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสังคมศาสตร์
รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาการสุขภาพย้ำว่า การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์และการเปิดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยทักษิณ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับระบบสุขภาพชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมความมั่นคงด้านกำลังคนทางการแพทย์ของประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “สุขภาพเพื่อคนทั้งมวล (Health for All)” อย่างยั่งยืน
ขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณกล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาความแออัดของระบบบริการสาธารณสุข และการกระจายตัวของแพทย์เฉพาะทางที่ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและโรงพยาบาลระดับรอง มหาวิทยาลัยจึงเชื่อว่าการเปิดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตที่มุ่งผลิตแพทย์เพื่อชุมชน รวมถึงการพัฒนา “ศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม” จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการเสริมระบบสุขภาพปฐมภูมิ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้มากขึ้น
ที่มา มหาวิทยาลัยทักษิณ