หน้าแรก คลังความรู้ การพัฒนาตนเอง

ปี 2026 ถ้าทุกคนเข้าถึงข้อมูลเท่ากัน สิ่งที่ทำให้ต่างคืออะไร?

วันที่เวลาโพส 05 มกราคม 69 16:12 น.
อ่านแล้ว 0
พี่กองทัพ AP

"ทุกคนมี ChatGPT ทุกคนเข้าถึง Google เท่ากัน... แล้วอะไรที่จะทำให้น้องโดดเด่นกว่าคนอื่น?"

คำถามนี้สำคัญมากสำหรับน้องๆ ที่กำลังเลือกเส้นทางอนาคต เพราะโลกปี 2026 ไม่ได้แข่งกันที่ "รู้อะไร" อีกต่อไปแล้ว!


ยุคที่ข้อมูลไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป

AI สามารถสรุป เขียนโค้ด ใช้เหตุผล มีส่วนร่วมในบทสนทนา และตัดสินใจได้ AI สามารถลดอุปสรรคด้านทักษะ ช่วยให้คนจำนวนมากขึ้นได้รับความเชี่ยวชาญในหลายสาขา ในภาษาใดก็ได้และเมื่อใดก็ได้ McKinsey & Company

เมื่อทุกคนเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือ AI ได้เท่ากัน สิ่งที่สร้างความแตกต่างจึงไม่ใช่ "การมีข้อมูล" แต่คือ "การใช้ข้อมูลอย่างไร"


5 สิ่งที่ทำให้ต่างในยุค AI

1. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)

ผู้บริหารระดับสูง รวมถึง Jamie Dimon (JPMorganChase), Doug McMillon (Walmart) และ Matt Garman (AWS) เห็นพ้องกันว่า: อนาคตเป็นของผู้ที่เชี่ยวชาญการคิดเชิงวิพากษ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร ความสามารถในการปรับตัว และความว่องไวในการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ "soft skills" อีกต่อไป แต่เป็น power skills ที่ AI ไม่สามารถทำซ้ำได้ Medium

AI ให้คำตอบ แต่มนุษย์ต้องให้การตัดสิน ตั้งคำถามกับสมมติฐาน ตีความรูปแบบ และตัดสินใจท่ามกลางข้อมูลที่ท่วมท้น Medium


2. ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริง

มีความคิดสร้างสรรค์สองประเภท: Combinatorial creativity คือการเชื่อมโยงไอเดียที่มีอยู่ในรูปแบบใหม่ และ Transformative creativity คือการแนะนำแนวคิดใหม่ที่เปลี่ยนวิธีคิดของเรา AI เก่งในประเภทแรก แต่มีปัญหากับประเภทที่สอง ซึ่งต้องการความเข้าใจบริบทของมนุษย์ ค่านิยม และประสบการณ์ที่อัลกอริทึมไม่มี The Interview Guys

งานวิจัยใหม่ของ Workday เผยว่าพนักงานส่วนใหญ่ (83%) เชื่อว่า AI จะทำให้ทักษะที่เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น World Economic Forum


3. ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)

AI ขาดอารมณ์ที่แท้จริงและไม่สามารถ "รู้สึก" หรือเห็นอกเห็นใจได้อย่างแท้จริง มนุษย์สามารถสัมผัสถึงความกังวลที่ไม่ได้พูดออกมา แสดงความเห็นอกเห็นใจ และสนับสนุนเพื่อนร่วมงานผ่านความท้าทาย ในด้านต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ การให้คำปรึกษา ความเป็นผู้นำ และการบริการ ความเห็นอกเห็นใจมักเป็นรากฐานของการบริการที่มีประสิทธิภาพและไม่สามารถถูกทำให้เป็นระบบอัตโนมัติได้ Techclass


4. ความสามารถในการปรับตัว

ความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อความท้าทายใหม่ได้กลายเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างในอาชีพที่สำคัญ อายุครึ่งชีวิตของทักษะทางเทคนิคตอนนี้อยู่ที่เพียง 2-5 ปี ในสภาพแวดล้อมนี้ "adaptive intelligence" หรือความสามารถในการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพต่อสภาวะที่เปลี่ยนแปลง ได้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าความรู้ที่หยุดนิ่ง The Interview Guys


5. การนำไปใช้จริง (Execution)

ในโลกที่บริษัทคู่แข่งอาจเข้าถึงเทคโนโลยี AI เดียวกันได้ ความได้เปรียบในการแข่งขันที่แท้จริงจะเป็นกลยุทธ์ที่เน้นคนเป็นหลัก ซึ่งใช้ประโยชน์จาก soft skills เพื่อสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่น สร้างสรรค์ และฉลาดทางอารมณ์ Techclass


คำเตือนจาก Harvard

การศึกษาล่าสุดของ MIT Media Lab รายงานว่า "การพึ่งพาโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากเกินไป" อาจส่งผลให้เกิด "cognitive atrophy" และความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์หดตัวลง Harvard Gazette

ถ้า AI กำลังคิดแทนน้อง ไม่ว่าจะผ่าน auto-complete หรือวิธีที่ซับซ้อนกว่า เช่น "ให้ AI เขียนร่างแรก แล้วค่อยแก้ไข" นั่นกำลังบั่นทอนการคิดเชิงวิพากษ์และความคิดสร้างสรรค์ของน้อง Harvard Gazette


สรุปสำหรับน้องๆ

ตามรายงานของ World Economic Forum ทักษะสูงสุดสำหรับปี 2025 ได้แก่ การคิดเชิงวิเคราะห์ ความยืดหยุ่น ความฉลาดทางอารมณ์ และความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งล้วนเป็นลักษณะพื้นฐานของมนุษย์ที่ AI พยายามเลียนแบบได้ยาก Techprithibi

ในยุคที่ทุกคนมี AI เหมือนกัน สิ่งที่ทำให้ต่างคือ "ความเป็นมนุษย์" ของน้องนั่นเอง!

จงใช้ AI เป็นเครื่องมือ แต่อย่าให้มันคิดแทน เพราะสมองที่คิดเป็นของน้อง คือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด 

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ