"อยากช่วยคนที่มีปัญหาทางใจ แต่ไม่รู้ว่าต้องเรียนอะไร" ถ้าน้องๆ เคยสับสนระหว่าง "นักจิตวิทยา" กับ "จิตแพทย์" หรือไม่แน่ใจว่า "นักให้คำปรึกษา" ต่างจากสองอาชีพนี้ยังไง วันนี้พี่จะมาอธิบายให้ชัดเจนแบบเข้าใจง่ายที่สุด!
"แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านจิตใจ"
จิตแพทย์คือ แพทย์ ที่เรียนจบแพทยศาสตร์ 6 ปี แล้วไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านจิตเวชอีก 3 ปี รวมแล้ว 9 ปี เป็นอย่างน้อย! เนื่องจากเป็นแพทย์ จึงเป็นสาขาเดียวที่สามารถ สั่งยาและวินิจฉัยโรคทางจิตเวช ได้ตามกฎหมาย
เส้นทางการเรียน: แพทยศาสตร์ 6 ปี → แพทย์ประจำบ้านสาขาจิตเวชศาสตร์ 3 ปี
ทำอะไรได้บ้าง? วินิจฉัยโรค, สั่งยา, รักษาผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง เช่น โรคจิตเภท โรคไบโพลาร์ ซึมเศร้ารุนแรง
เหมาะกับใคร? คนที่พร้อมเรียนหนักและยาวนาน สนใจทั้งมิติทางชีววิทยาและจิตใจ อยากรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง
"ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินและบำบัดทางจิตวิทยา"
นักจิตวิทยาคลินิกเรียนจบ จิตวิทยาคลินิก โดยเฉพาะ (ไม่ใช่จิตวิทยาทั่วไป) ต้องเรียนปริญญาตรี 4 ปี และสอบใบประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ ควบคุมโดยกฎหมาย มีหน้าที่ประเมินทางจิตวิทยา ทำแบบทดสอบ และให้การบำบัดรักษา แต่ ไม่สามารถสั่งยาได้
เส้นทางการเรียน: ปริญญาตรีจิตวิทยาคลินิก 4 ปี → สอบใบประกอบโรคศิลปะ (หรือเรียนต่อโท เพื่อความเชี่ยวชาญ)
ทำอะไรได้บ้าง? ทำแบบทดสอบทางจิตวิทยา (IQ, บุคลิกภาพ), บำบัดด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น CBT, ทำงานร่วมกับจิตแพทย์ในการดูแลผู้ป่วย
เหมาะกับใคร? คนที่อยากทำงานด้านสุขภาพจิตเชิงลึก สนใจการประเมินและบำบัด พร้อมสอบใบประกอบวิชาชีพ
"ผู้ช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบาก"
นักจิตวิทยาการปรึกษาเน้นช่วยเหลือคนที่มี ปัญหาชีวิตทั่วไป เช่น ความเครียด ปัญหาความสัมพันธ์ การปรับตัว การตัดสินใจในชีวิต มากกว่าการรักษาโรคจิตเวช เป็นสาขาที่ ไม่ต้องมีใบประกอบโรคศิลปะ แต่หลายคนเลือกเรียนต่อปริญญาโทเพื่อความเชี่ยวชาญ
เส้นทางการเรียน: ปริญญาตรีจิตวิทยา (สาขาการปรึกษา) 4 ปี หรือเรียนต่อโทจิตวิทยาการปรึกษา
ทำอะไรได้บ้าง? ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิต, ช่วยเรื่องความสัมพันธ์, Career Counseling, ทำงานในโรงเรียน องค์กร หรือเปิดคลินิกส่วนตัว
เหมาะกับใคร? คนที่ชอบรับฟัง อยากช่วยคนในปัญหาชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชรุนแรง
จิตแพทย์ → เป็น "หมอ" สั่งยาได้ รักษาโรคจิตเวชรุนแรง เรียนนานที่สุด (9 ปี+)
นักจิตวิทยาคลินิก → ทำแบบทดสอบ บำบัดจิตใจ ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ สั่งยาไม่ได้
นักให้คำปรึกษา → ช่วยปัญหาชีวิตทั่วไป ไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ เข้าถึงง่ายที่สุด
อยากสั่งยา รักษาคนไข้จิตเวชหนัก พร้อมเรียน 9 ปี+ → จิตแพทย์
อยากทำแบบทดสอบ บำบัดเชิงลึก ทำงานในโรงพยาบาล → นักจิตวิทยาคลินิก
อยากรับฟัง ช่วยคนในปัญหาชีวิต ยืดหยุ่นกว่า → นักจิตวิทยาการปรึกษา
ทั้ง 3 สายล้วนมีคุณค่าและเป็นที่ต้องการในสังคมไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคที่คนตระหนักเรื่องสุขภาพจิตมากขึ้น ไม่ว่าน้องจะเลือกสายไหน ขอให้เลือกจากใจที่อยากช่วยเหลือคนจริงๆ แล้วเส้นทางนี้จะมีความหมายมาก
