สอบเข้ามหาวิทยาลัย

อยากเรียนพยาบาลต้องรู้! สภาการพยาบาลประกาศจำกัดชั่วโมงทำงาน ลด Burnout

สภาการพยาบาลออกกฎใหม่! จำกัดชั่วโมงทำงานพยาบาล เพื่อความปลอดภัยผู้ป่วยและตัวพยาบาลเอง

 

เป็นข่าวใหญ่วงการสาธารณสุขที่หลายคนรอมานานมากก็ว่าได้ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ "ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569" โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 11 มีนาคม 2569

 

ทำไมถึงต้องออกกฎนี้?

สภาการพยาบาลชี้แจงว่า การที่พยาบาลทำงานต่อเนื่องยาวนานเกินไป หรือพักไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้า ซึ่งกระทบโดยตรงต่อทั้งสมรรถนะในการทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของผู้ป่วย ประกาศฉบับนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อวางมาตรฐานที่ชัดเจน แทนที่ประกาศเดิมตั้งแต่ปี 2560

 

สรุปสาระสำคัญ 

  • ชั่วโมงทำงานมาตรฐาน ทำงานได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน หรือ 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ และรวมทั้งสัปดาห์ไม่เกิน 48 ชั่วโมง
  • ชั่วโมงทำงานรวม (รวม OT และ On Call) ผู้บริหารต้องจัดตารางไม่ให้เกิน 12 ชั่วโมง/วัน และไม่เกิน 52 ชั่วโมง/สัปดาห์ โดย On Call นับรวมในชั่วโมงทำงานด้วย ไม่ใช่แค่เวรปกติ
  • เวร 12 ชั่วโมง ทำได้ แต่มีเงื่อนไข ถ้าทำเวร 12 ชั่วโมง ต้องไม่ทำติดต่อกันเกิน 3 วันใน 1 สัปดาห์ ต้องมีเวลาพักฟื้นระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง และห้ามจัดตารางให้กลับมาขึ้นเวรใหม่เร็วเกินไป (Quick Return)
  • การดูแลสุขภาพพยาบาลในเวร โรงพยาบาลต้องจัดพื้นที่พักและอนุญาตให้งีบหลับเชิงกลยุทธ์ (Strategic Napping) ได้ โดยเฉพาะเวรกลางคืน พร้อมจัดระบบดูแลผู้ป่วยทดแทนระหว่างที่พยาบาลพัก
  • ทำงานเกิน 12 ชั่วโมง ทำได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ต้องเป็นกรณีที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ หรือวิกฤตความปลอดภัยของผู้ป่วย ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บริหารการพยาบาล และโรงพยาบาลต้องมีแผน BCP (Business Continuity Plan) รองรับด้วย

 

OT เป็น "สิทธิ์" ไม่ใช่ "หน้าที่"

ประเด็นที่น่าสนใจมากคือ ประกาศฉบับนี้ระบุชัดเจนว่าการทำงานล่วงเวลาเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลและต้องเป็นไปตามความสมัครใจ พยาบาลมีสิทธิ์ประเมินความพร้อมของตัวเองก่อนตัดสินใจรับงาน OT และผู้บริหารก็ควรประเมินความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ (Pre-Overtime Fitness for Duty Assessment) ก่อนอนุมัติด้วย

 

ไม่ใช่แค่เรื่องชั่วโมง แต่คือเรื่อง "คุณภาพชีวิต" พยาบาล

ประกาศนี้ไปไกลกว่าแค่การกำหนดตัวเลข เพราะยังกำหนดให้ผู้บริหารโรงพยาบาลต้องจัดระบบสนับสนุนด้านองค์กร ครอบคลุมทั้งการจัดการความเครียด การส่งเสริมการนอนหลับที่ดี โภชนาการ การออกกำลังกาย รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อการฟื้นตัว เพื่อป้องกันภาวะ Burnout หรือ "หมดไฟ" ที่เป็นปัญหาใหญ่ในวิชาชีพนี้มาตลอด

 

สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนพยาบาล

ประกาศนี้เป็นสัญญาณที่ดีมากว่า วิชาชีพพยาบาลกำลังได้รับการดูแลและยกระดับมาตรฐานการทำงานอย่างจริงจัง ความปลอดภัยในฐานะผู้ปฏิบัติงานในอนาคต 


ที่มา สภาการพยาบาล