หน้าแรก เรียนอินเตอร์ ข่าว/บทความ

เมื่อ "ความเหงา" ฆ่าคนได้! อังกฤษแต่งตั้งรัฐมนตรีดูแลปัญหาความเหงาของประชาชน

วันที่เวลาโพส 26 มกราคม 61 09:48 น.
อ่านแล้ว 0
P' แพว AdmissionPremium


จากข่าวที่ประเทศอังกฤษมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีประจำกระทรวงความเหงา Tracey Crouch รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาและสังคมพลเรือนคนปัจจุบัน จะเป็นผู้รับภาระหน้าที่นี้ โดยเธอจะทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการ ภาคธุรกิจ และองค์กรการกุศลในอังกฤษเพื่อกำกับดูแลความเหงาของประชาชนชาวอังกฤษ ที่ขณะนี้ได้กลายเป็นปัญหาระดับชาติเรียบร้อยแล้ว

เมื่อ คนเหงา/ความเหงา ปล่อยไว้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จากงานวิจัยระบุว่า ในอังกฤษมีคนที่รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวกว่า 9 ล้านคน (จากประชากรทั้งหมด 65 ล้านคน) ในจำนวนนี้ประมาณ 200,000 คน เป็นผู้สูงอายุที่ไม่ได้คุยกับเพื่อนและญาติมานานกว่า 1 เดือน คาดการณ์ว่าคนที่อายุมากกว่า 75 ปี ประมาณ 2 ล้านคนในอังกฤษใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ไม่ได้พบผู้คน 85% ของผู้พิการวัยหนุ่มสาว (อายุ 18 – 34 ปี) รู้สึกเดียวดาย

Theresa May นายกรัฐมนตรีของอังกฤษคนปัจจุบัน กล่าวไว้ในแถลงการณ์ถึงความสำคัญของการตั้งรัฐมนตรีขึ้นมาดูแลปัญหาความเหงาว่า “ ความเหงาเปล่าเปลี่ยวเป็นความจริงอันน่าเศร้าของชีวิตยุคใหม่ ฉันต้องการเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านี้เพื่อแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่ดูแลคนอื่น ผู้ที่สูญเสียคนรัก หรือผู้ที่ไม่มีใครให้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด และประสบการณ์ ”


"ความเหงาส่งผลต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร" มีงานวิจัยด้านสังคมวิทยาหลายชิ้นระบุตรงกันว่า ความเหงาเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยงานวิจัยของศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา Julianne Holt-Lunstad แห่งมหาวิทยาลัย Brigham Young University ใน Utah เผยว่า งานวิจัยกว่า 148 ชิ้น จากการศึกษาคนกว่า 300,000 คน เห็นตรงกันว่า การมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวันอันควรได้มากถึง 50%

ส่วนงานวิจัยขนาดใหญ่อีก 70 ชิ้น ที่ศึกษาจากคนกว่า 3.4 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย ชี้ชัดว่า ความโดดเดี่ยว ความเปล่าเปลี่ยว และความรู้สึกเหงามีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งเทียบเท่ากับโรคอ้วนเลยทีเดียว และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคืองานวิจัยของศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาคนนี้ยังระบุด้วยว่า ความเหงาระบาดได้ และที่สำคัญในโลกยุคปัจจุบัน เรากำลังเผชิญหน้ากับการระบาดของความเหงา (loneliness epidemic) กันทั้งโลก 

ส่วนหนทางในการแก้ไข มีตั้งแต่ร่วมสร้างบรรยากาศของสังคมที่มีการพูดคุย แลกเปลี่ยน ให้กำลังใจกันและกัน ไปจนถึงเรียกร้องให้มีการสร้างพื้นที่สาธารณะดีๆ เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย สิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยลดอัตราความเหงาและการระบาดของความเหงาได้ทั้งนั้น


" ความเหงาฆ่าคนได้ง่ายกว่าบุหรี่ " Mark Robinson ผู้บริหารของ Age UK Barnet ซึ่งเป็นองกรค์การกุศลในอังกฤษ กล่าวว่า “ความเหงาฆ่าคนได้ เพราะมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า ความเหงาอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าการสูบบุหรี่วันละ 15 มวนเสียอีก แต่เราสามารถเอาชนะมันได้ และมันต้องไม่เป็นปัจจัยในชีวิตของผู้สูงอายุ และองค์กรของเราพร้อมสนับสนุนสิ่งที่รัฐบาลทำ เพื่อสนับสนุนคนเหงา ทั้งในชุมชนและในระดับประเทศอย่างถึงที่สุด”



ที่มา :
www.bbc.com
www.upi.com
www.mprnews.org
brandinside.asia
 

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ