หน้าแรก เรียนอินเตอร์ ข่าว/บทความ

10 อาชีพที่มีความเสียงต่อสุขภาพที่สุดในอเมริกา

วันที่เวลาโพส 09 ตุลาคม 61 12:49 น.
อ่านแล้ว 0
P' แพว AdmissionPremium
รู้ก่อนโกอินเตอร์ 10 อาชีพที่มีความเสียงต่อสุขภาพที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนงานหรือน้องๆ นักศึกษาคนไหนที่กำลังมองหางานทำ นอกจากความชอบส่วนตัว ความมั่นคง รายได้หรือค่าตอบแทน และสถานที่ทำงานแล้ว อยากบอกว่าในชีวิตการทำงาน ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญและเป็นปัจจัยหลักที่ละเลยไม่ได้ นั่นคือเรื่องสุขภาพ เพราะในการทำงานของแต่ละอาชีพก็ย่อมมีความเสี่ยงต่อสุขภาพไม่มากก็น้อย

ดังนั้น บทความนี้เรามีข้อมูลของ 10 อันดับอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากที่สุดในอเมริกา จากเว็บไซต์ businessinsider มาฝากไว้ให้น้องๆ ได้เอาไปพิจารณาเตรียมตัวรับมือกัน แอบกระซิบว่าแต่ละอาชีพที่ติดอันดับรายได้สูงทั้งนั้นแต่ต้องแลกมาด้วยความอันตรายเกินจะคาดคิดจริงๆ 



1. ทันตแพทย์ และผู้ช่วยทันตแพทย์ 
แม้จะเป็นอาชีพที่ว่ากันว่ารายได้ดี แต่ก็จัดเป็นอันดับที่ 1 อาชีพที่มีค่าเฉลี่ยความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงที่สุด โดยสูงถึง 65.4 เปอร์เซนต์ ซึ่งมาจาก 3 สาเหตุสำคัญ คือ การสัมผัสกับสารปนเปื้อนที่มีความเสี่ยงสูงถึง 84% การสัมผัสกับโรคและการติดเชื้อ และการใช้ระยะเวลาในการนั่งทำงานทั้งวัน

โดยหน้าที่หลักของทันตแพทย์อย่างที่รู้ๆ กันคือ ตรวจสอบวินิจฉัยและรักษาโรคที่ได้รับบาดเจ็บและเกิดความผิดปกติของฟันและช่องปากด้วยการศัลยกรรม ให้ยา และวิธีการอื่นๆ ตามความจำเป็น รวมถึง พิมพ์ปากและจำลองแบบของเหงือกและส่วนอื่นๆ ของปาก เพื่อใช้ในการประดิษฐ์ฟันปลอม และใส่เครื่องยึดเพื่อจัดฟันที่มีลักษณะผิดปกติ หรือเกให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง จะเห็นได้ว่าต้องสัมผัสกับเชื้อโรคภายในช่องปากของคนไข้อยู่ตลอดเวลา


2. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 
แอร์โฮสเตสและสจ็วต ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของใครหลายคน ด้วยรายได้ที่สูงลิบลิ่ว มีเครื่องแบบที่สวยงามและได้ท่องเที่ยวไปในเมืองต่างๆ แต่เมื่อพิจารณาจากเนื้องานที่ต้องทำจะพบว่า ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพค่อนข้างสูงถึงร้อยละ 62.3 ด้วยอาชีพนี้มีหน้าที่ ต้อนรับ อำนวยความสะดวก ตรวจสอบตั๋วและอธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย รวมถึงให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม

แน่นอนว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้โดยสารที่มาจากหลายที่ได้ ทำให้ พนักงานต้อนรับก็จะเป็นคนที่ต้องสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อนถึง 88% แถมร่างกายยังต้องปรับสภาพตามเวลาประเทศที่บินไป และบางรายพบอาการปวดหลังที่เกิดจากการยกของหนักเป็นประจำจนกระดูกสันหลังคด นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยจากทีมวิจัยของสหรัฐ ฯ ระบุว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เสี่ยงที่จะเป็น “มะเร็งผิวหนัง” มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า เนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตที่แทรกซึมในตัวเครื่อง


3. วิสัญญีแพทย์ พยาบาลวิสัญญี และผู้ช่วยวิสัญญี 
'แพทย์ผู้ชำนาญการวางยาสลบหรือยาชา' หรือ เรียกกันทั่วไปว่า 'หมอดมยา' มักทำงานร่วมกับแพทย์ผ่าตัดเพื่อระงับความรู้สึกเจ็บปวดของคนไข้ก่อนทำการผ่าตัดเพียงชั่วคราว โดยจะประเมินผู้ป่วยก่อนเพื่อเตรียมการทำวิสัญญีอย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงแนะนำผู้ป่วยในเรื่องการปฏิบัติตนที่จำเป็นสำหรับการกลับคืนสู่สภาพปกติหลังเข้ารับการผ่าตัด

สำหรับอาชีพดังกล่าว มีค่าเฉลี่ยความเสี่ยงทางด้านสุขภาพร้อยละ 62.3 เท่ากับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยอาชีพนี้ มีเปอร์เซ็นต์ควาเสี่ยงต่อการติดโรคและติดเชื้อร้อยละ 94 การสัมผัสกับสารปนเปื้อนร้อยละ 80 และการสัมผัสกับรังสีร้อยละ 74


4. สัตวแพทย์ ผู้ช่วยสัตวแพทย์ และนักเทคนิคการสัตวแพทย์ 
อาชีพนี้ได้ค่าเฉลี่ยโดยรวมความเสี่ยงด้านสุขภาพร้อยละ 60.3 เสี่ยงต่อการติดโรคและติดเชื้อร้อยละ 81 การสัมผัสกับสารปนเปื้อนร้อยละ 74 และอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการถูกกัด ต่อย ข่วน กระแทกและอื่นๆ ร้อยละ 75 เสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่เกิดจากเครื่องมือทางการแพทย์ เนื่องจากสัตวแพทย์ มีหน้าที่ในการวินิจฉัย รักษาโรคหรืออาการบาดเจ็บของสัตว์และดำเนินการทดสอบทางการแพทย์ในสภาพแวดล้อมห้องปฏิบัติการ

ต้องทำงานร่วมกับสัตว์ที่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ ทำให้ควบคุมได้ยาก และยังต้องสัมผัสสารเคมีเช่น น้ำยาฆ่าเชื้อ แก๊สนำสลบ ยาสลบแบบฉีด ยาฆ่าแมลง ยาแก้ปวด ฮอร์โมน สารทำละลาย เป็นประจำ นอกจากนี้ยังเสี่ยงกับการได้รับสารก่อภูมิแพ้ จากการสัมผัส ขนของสัตว์ สะเก็ดผิวหนังสัตว์ ปัสสาวะสัตว์ หรือสารคัดหลั่งอื่นๆ และโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน อีกด้วย


5. นักบาทานามัย 
ชื่อภาษาอังกฤษ คือ 'Podiatrist ' หรือ "Foot doctor" มีหน้าที่วินิจฉัยและรักษาโรคและความผิดปกติที่เกิดกับเท้าของมนุษย์ ตั้งแต่อาการเคล็ดขัดยอกไปจนถึงอาการที่มีผลต่อการเดิน อาชีพนี้มีค่าเฉลี่ยโดยรวมความเสี่ยงด้านสุขภาพร้อยละ 60.2 เสี่ยงต่อการติดโรคและติดเชื้อร้อยละ 87 และเสี่ยงต่อการสัมผัสกับสารปนเปื้อนและรังสี

และแม้อาชีพนี้จะมีความเสี่ยงจัดอยู่ในลำดับที่ 5 แต่ในสหรัฐอเมริกากลับมีรายได้สูงถึง $77,122 - $219,877 (ประมาณ 2-7 ล้านบาทต่อปี) และเป็นอาชีพที่สำคัญ เพราะคนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเท้าเพื่อหาเลี้ยงชีพและใช้ในการดำเนินชีวิต


6. ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ศุลกากร 
อาชีพนี้มีหน้าที่ในการตรวจสอบและควบคุมคน ผู้ประกอบการขนส่ง สิ่งของ และสินค้า ที่นำเข้ามาภายในประเทศและส่งออกไปนอกประเทศ และมีหน้าที่ป้องกันการฝ่าฝืนหรือละเมิดกฏหมายและระเบียบข้อบังคับของกรมศุลกากร ป้องกันไม่ให้เกิดการอพยพแรงงานต่างด้าวแบบผิดกฏหมาย

สำหรับหน้าที่นี้มี ค่าเฉลี่ยโดยรวมความเสี่ยงด้านสุขภาพร้อยละ 78 เสี่ยงต่อการติดโรคและติดเชื้อที่เกิดจากคนและสินค้าร้อยละ 63 และเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกิดจากการได้รับรังสีหรือกัมมันตภาพรังสีมากเกินไป เนื่องจากต้องใช้เครื่องสแกนในกระบวนการทำงานเป็นประจำ


7. นักวิทยาศาสตร์ทางมิญชวิทยา 
หน้าที่หลักคือการเตรียมสไลด์ที่ใช้ส่วนเนื้อเยื่อเพื่อการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์และการวินิจฉัย โดยพยาธิวิทยา มีอัตราความเสี่ยงด้านสุขภาพโดยรวมร้อยละ 59.0 ต้องสัมผัสกับเงื่อนไขที่เป็นอันตรายร้อยละ 88 การสัมผัสกัวสารปนเปื้อนร้อยละ 76 และเสี่ยงต่อโรคและการติดเชื้ออีกร้อยละ 75


8. ผู้ชำนาญการด้านการบำบัดน้ำเสีย
อาชีพนี้มีหน้าที่ดำเนินการหรือควบคุมกระบวนการทั้งหมด รวมถึงระบบการทำงานของเครื่องจักรที่ใช้ในการถ่ายโอนเพื่อรักษาน้ำหรือบำบัดน้ำเสีย งานนี้มีค่าเฉลี่ยโดยรวมความเสี่ยงด้านสุขภาพร้อยละ 58.2 มีความเสี่ยงต่อสารปนเปื้อนที่มาจากน้ำพุ่งสูงถึงร้อยละ 97 ต้องสัมผัสกับกากของเสียจากอุตสาหกรรมที่อันตราย และเสี่ยงต่อการระคายเคือง การเผาไหม้ ได้รับบาดเจ็บถึง 74 เปอร์เซนต์


9. วิศวกรควบคุมและอำนวยการใช้หม้อไอน้ำ 
วิศวกรที่เป็นผู้ควบคุม (Operator) ประจำหม้อไอน้ำ (Boiler) หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อน เพื่อให้เป็นสาธารณูปโภคสำหรับอาคารหรือเพื่อการอุตสาหกรรม ด้วยความที่ทำงานแวดล้อมไปด้วยเครื่องจักร ที่มีความอันตรายสูง พวกเขาจึงจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกัน การเผาไหม้ ไฟฟ้าช็อต เสียงรบกวน และการสัมผัสกับ วัสดุที่เป็นอันตราย ค่าเฉลี่ยโดนรวมของความเสี่ยงด้านสุขภาพคือร้อยละ 57.7 และต้องเผชิญกับสารปนเปื้อนถึงร้อยละ 99


10. ผู้ช่วยศัลยแพทย์ (ผู้ช่วยหมอผ่าตัด) 
ตำแหน่งนี้ทำหน้าที่ ช่วยในการดำเนินงานผ่าตัดคนไข้ ภายใต้การกำกับดูแลของศัลยแพทย์, พยาบาลวิชาชีพ หรือบุคลากรอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับศัลยกรรมและตกแต่ง และยังต้องดำเนินการทดสอบในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Laboratory) สำหรับหน้าที่นี้มีค่าเฉลี่ยโดยรวมของความเสี่ยงด้านสุขภาพร้อยละ 57.3 การสัมผัสกับโรคและการติดเชื้อร้อยละ 88 การสัมผัสกับ สารปนเปื้อนร้อยละ80และต้องเผชิญหน้ากับสภาวะที่เป็นอันตรายร้อยละ 69 

 

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ

หมวด