หน้าแรก เรียนนวัตกรรม อาชีพ

9 คนดังผู้สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ล้วนเคยผ่านความล้มเหลว

วันที่เวลาโพส 04 กุมภาพันธ์ 62 17:47 น.
อ่านแล้ว 0
P' แพว AdmissionPremium
หลายๆ คนอาจมองว่าการที่ใครซักคนจะประสบความสำเร็จในชีวิตจนเป็นมหาเศรษฐี เป็นนักประดิษฐ์หรือคนดังที่ได้รับการยกย่องจากผู้คนทั่วโลก เพราะพวกเขาเก่งหรือไม่ก็อัจฉริยะมาตั้งแต่เกิด บวกกับโชคในการมองเห็นโอกาสการทำธุรกิจ

แต่แท้จริงแล้ว เรื่องเหล่านั้นกลับมีผลเพียงแค่ 10% แต่อีก 90% มาจากการลองผิดลองถูกและความล้มเหลวในความพยายามนับครั้งไม่ถ้วนต่างหาก 


และบทความนี้เราจะมาชวนทุกคนไปรู้จักกับความจริงอีกด้านของชีวิตคนดังทั้ง 9 คน ผู้สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ที่ล้วนเคยผ่านความล้มเหลวในชีวิตมาก่อน รับรองว่าเรื่องราวของพวกเขาเหล่านี้ จะมาช่วยเสริมและสร้างแรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยมให้กับทุกคนได้อย่างดี 


Charles Darwin
ก่อนหน้าที่ชาลส์ ดาร์วินจะมาเป็นนักธรรมชาติวิทยา เขาเคยเรียนแพทย์ 2ปี เพราะพ่อของเขาอยากให้ลูกชายสืบสกุลความเป็นครอบครัวนายแพทย์ แต่ชาลส์ ดาร์วินไม่ชอบเรียนเกี่ยวกับแพทย์เลย เขาสนใจแต่เรื่องธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ เขาจึงมักถูกตำหนิจากพ่อของเขาว่าเขาเป็นคนขี้เกียจและเพ้อฝันมากเกินไป

ท้ายที่สุดเขาก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เขาเป็นนักธรรมชาติวิทยา นักชีววิทยา และ นักธรณีวิทยา ที่คิดค้นทฤษฏีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สามารถปฏิวัติความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับที่มาของสิ่งมีชีวิต และเสนอทฤษฏีวิวัฒนาการสมัยใหม่ โดยหนังสือของเขา (The Origin Of Species) ได้เปลี่ยนความคิดของผู้คนทั่วโลกต่อการเกิดสปีชีส์ใหม่ ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการโต้เถียงในสังคมอย่างกว้างขวางระหว่างความเชื่อของศาสนาซึ่งขัดกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ของเขา

 

Thomas Alva Edison
โทมัส เอดิสัน ในวัยเรียนเป็นเด็กชายที่มีปัญหาด้านการได้ยินจนหูเกือบหนวกเนื่องจากติดเชื้อในหู เขาได้เข้าเรียนเพียง 3 เดือนเท่านั้น เนื่องจากไม่สนใจในการเรียน และถูกครูด่าว่าเป็น ถั่วเน่าในห้องเรียน แม่ของเขาจึงสอนหนังสือและสร้างห้องใต้ดินให้เขาได้ทดลองสิ่งต่างๆ เอง

โทมัส เอดิสัน ในวัย 12 ปี กลายเป็นเด็กชายหูหนวก เนื่องจากเขาได้ทำการทดลองจากสารเคมีพลาด จนเกิดไฟไหม้บนรถไฟที่เขาทำงาน ทำให้เขาถูกนายรถไฟตบเข้าที่หู และไล่เขาอออกจากงาน และกว่าจะมาเป็น โทมัน เอดิสัน สุดยอดนักประดิษฐ์ผู้เปลี่ยนแปลงโลก เขาต้องพบกับความผิดพลาดนับพันครั้งในการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์

หากเขายอมแพ้ในวันนั้นก็คงไม่เกิดหลอดไฟ เครื่องบันทึกเสียง กล้องถ่ายภาพยนตร์ เครื่องเล่นจานเสียง แบตเตอรี่และเครื่องมือเครื่องใช้เทคโนโลยีอื่นๆ นับพัน

Steve Jobs
สตีฟ จอบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple พ่อมดแห่งวงการไอที สุดยอดอัจฉริยะทางด้านไอทีที่ผลิตนวัตกรรมล้ำสมัยก็ยังเคยล้มเหลวมาก่อน ในปี  1985 ที่เขาต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับงาน และเพื่อนร่วมงานอย่างหนัก เพราะเขามีบุคลิกที่คาดเดาได้ยากและมีนิสัยโมโหร้าย ทำให้การทำงานเป็นทีมยาก เขาจึงถูกบีบให้ลาออกจากบริษัท Apple 

แม้ว่า สตีฟ จอบส์ จะถูกบีบให้ออกจาก Apple แต่ด้วยจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการยังไม่ดับลง ในปีเดียวกันเขาได้ดึงตัวพนักงานจาก Apple มาอีกประมาณ 5 คน เพื่อมาก่อตั้งบริษัทใหม่โดยใช้ชื่อว่า NeXT ซึ่งเป็นบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด แต่ยอดขายค่อนข้างน้อย เพราะมีราคาสูงเกินไป


หลังจากนั้นอีก 12 ปี บริษัท Apple เริ่มเกิดวิกฤตอย่างหนัก บริษัทตกอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่ นั่นทำให้บริษัท Apple ตัดสินใจซื้อกิจการของ NeXT เพื่อให้ สตีฟ จอบส์กลับมารับตำแหน่ง CEO เขากลับมากอบกู้บริษัท Apple จนกระทั้งอัจฉริยะคนนี้ผลิตนวัตกรรมไอทีสุดล้ำออกมาอีกมากมาย

Bill Gates 

ก่อนเปิดตัวบริษัทไมโครซอฟท์ บิลล์ เกตส์ ลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อทำธุรกิจร่วมกับเพื่อน เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลบนท้องถนนและวิเคราะห์ให้กับวิศวกรการจราจร ที่ชื่อว่า Traf-O-Data แต่ก็ขาดทุนไม่เป็นท่า

หลังจากนั้นได้ก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนกลายเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ และได้รับตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก 4 ปีติดต่อกัน


Soichiro Honda 

โซอิจิโร่ ฮอนดะ ผู้ก่อตั้ง Honda ถือว่าเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์อุสาหกรรมของญี่ปุ่น กว่าเขาจะกลายเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อยานยนต์นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายเลย

ในสมัยที่เขาเปิดโรงงานผลิตและส่งวงแหวนลูกสูบเพื่อส่งให้กับโตโยต้านั้น สินค้าไม่มีมาตรฐานจนถูกส่งคืนบริษัท เนื่องจากความรู้ทางทฤษฏีของเขาน้อยเกินไป เขาจึงไปเรียนต่อเพื่อให้วงแหวนลูกสูบได้มาตรฐาน จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่โรงงานของเขาโดนระเบิดถึง 2 ครั้ง จนซ่อมไม่ไหว ต้องขายกิจการไป

โซอิติโร่ ฮอนดะ  เสียใจมากและใช้เวลาเรียกสติ 1 ปีเต็ม เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เขาได้สร้างมอเตอร์ไซค์ต้นแบบสำหรับคนทั้งประเทศจากเศษซากสงคราม และพัฒนาจนกลายเป็นแบรนด์อันดับ 2 ของญี่ปุ่น และอันดับที่ 26 ของโลก


Albert Einstein
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์  เป็นที่รู้จักในฐานะนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา ตอนเขาอายุ 5 ขวบ เขายังมีพัฒนาการด้านการพูด ด้านการอ่านหรือเขียนที่ช้ามาก ทำให้ไม่สามารถพูดจาได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเด็กชายทั่วไป

เมื่อเขาเข้าเรียน เขาถูกมองว่าโง่จนครอบครัวต้องจ้างครูมาสอนที่บ้าน และพอเข้าโรงเรียน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็มักถูกคุณครูตำหนิเพราะเขาสนใจคณิตศาสตร์เพียงวิชาเดียว


Mark Zuckerberg
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สุดยอดเจ้าพ่อโซเชียลมีเดีย CEO ของ Facebook ก็เป็นอีกบุคคลที่เคยล้มเหลวมามากมาย แต่เขาไม่เคยยอมแพ้ ในสมัยที่เขาเรียน ฮาร์วาร์ด เขาคิดค้นระบบหนังสือรุ่นออนไลน์ แต่มหาวิทยาลัยกลับปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่ายุ่งยากเกินไป ด้วยความรั้นของเขาจึงสร้างเว็บไซต์ Facemash ขึ้นมาโดยแฮคข้อมูลจากมหาวิทยาลัย นั่นทำให้เขาเกือบจะโดนไล่ออก อีกไม่นาน เขาก็ออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อก่อตั้งบริษัท Facebook ขึ้นมา

Henry Ford
เฮนรี่ ฟอร์ด มหาเศรษฐี ผู้พลิกประวัติศาสตร์ยนตรกรรม ชีวิตจริงของเขานั้นเกิดในครอบครัวที่เป็นชาวไร่ชาวนา และยังไม่ได้รับการศึกษาที่ดีมากนัก ครอบครัวของเขาต้องการให้ช่วยงานในไร่ แต่เขาต้องการทำตามความฝันเกี่ยวกับกลไกเครื่องยนต์

เฮนรี่ ฟอร์ด ในวัย 16 ปี ตัดสินใจย้ายไปอยู่ในเมืองดีทรอยด์ เพื่อเดินตามความฝัน โดยเริ่มจากฝึกงานในอู่ซ้อมเครื่องยนต์ แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน พ่อของเขาล้มป่วน นั่นทำให้เขาต้องกลับบ้าน การกลับบ้านครั้งนั้นทำให้เขาสร้างครอบครัวที่นั่น และประดิษฐ์คิดค้นรถไถนาเพื่อช่วยทำนาแบบที่พ่อต้องการ

หลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจไปเมืองดีทรอยด์อีกครั้งเพื่อทำงานในบริษัทเอดิสัน เขาได้ประดิษฐ์รถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นและสามารถประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์อีกมาก แม้จะถูกมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระจากสังคมเพราะว่าในสมัยนั้น รถยนต์ มีราคาสูงและจับต้องได้ยาก

ท้ายที่สุด เขาตัดสินใจเปิดบริษัทรถยนต์ฟอร์ด มอเตอร์ ขึ้น และได้คิดค้นสายพานเพื่อขบวนการผลิตที่รวดเร็วเป็นครั้งแรกของโลกทำให้รถยนต์ของเขามีโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน ดูดี และราคายังไม่สูงมากเกินไป นั่นทำให้เขาเป็นผู้ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์จากการใช้รถม้าลากมาเป็นการใช้รถยนต์เดินทางแทน

Sir James Dyson 
เจมส์ ไดสัน ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไดสันฯ เจ้าของแบรนด์เครื่องดูดฝุ่น Dyson ประเทศอังกฤษ เขาค้นพบตัวเองว่าชื่นชอบการออกแบบเชิง ฟังก์ชั่นดีไซน์ ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก

ช่วงก่อนเริ่มก่อตั้งบริษัท เขาค้นคิดออกแบบเครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ไม่มีบริษัทไหนเซ็นสัญญา เนื่องจากเทคโนโลยีที่เขาคิดค้นขึ้น ขัดแย้งกับผลิตภัณฑ์เครื่องดูดฝุ่นที่มีถุงเก็บฝุ่นเป็นองค์ประกอบสำคัญ นั่นทำให้เขาเป็นหนี้มหาศาล แต่เขาไม่เคยยอมแพ้ ยังคงเดินหน้าหาบริษัทที่พร้อมเซ็นสัญญา ในที่สุดก็ได้รับการติดต่อและเซ็นสัญญากับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น และมีการก่อตั้งบริษัทจนประสบความสำเร็จถึงทุกวันนี้



ที่มา : 
www.cbsnews.com
www.wanderlustworker.com 
www.jobthai.com 
www.sumrej.com 
www.lifehack.org
www.thansettakij.com 
www.developgoodhabits.com
crownmyinfo.com
insideevs.com

 

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ

หมวด