หน้าแรก เรียนนวัตกรรม ข่าว/บทความ

7 เส้นทางชีวิตหลังเรียนจบของเด็กมหา'ลัย

วันที่เวลาโพส 08 กันยายน 62 14:47 น.
อ่านแล้ว 0
P' แพว AdmissionPremium
เรียนจบแล้วยังไงต่อ?​ เรียนจบแล้วทำอะไรต่อดี? คำถามสำหรับน้องๆ นักศึกษาปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย เส้นทางชีวิตหลังเรียนจบของเด็กยุคนี้มีตัวเลือกเยอะมากขึ้นนอกจากทำงาน ลองทบทวนความจำเป็น และความต้องการในชีวิตดูว่าเส้นทางไหนจะเหมาะกับเราที่สุด

ซึ่งเอาจริงๆ ทางเลือกหลักที่น้องๆ บัณฑิตนิยมทำกันคือ  1. ทำงาน 2. เรียนต่อ หรือ 3. ค้นหาทางอื่นที่ชอบมากกว่า บทความนี้ เรามีรายละเอียดและข้อแนะนำสำหรับแต่ละเส้นทางมาฝากน้องๆ เพื่อช่วยให้การตัดสินใจอนาคตได้ชัดเจนขึ้น 



ทำงานประจำ
ถ้าคุณเรียนจบแล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อ เรียนจบแล้วต้องแบ่งเบาภาระพ่อแม่ พ่อแม่ไม่ได้ให้เงินค่าขนมแบบเคยแล้ว มองหาความมั่นคงและรับประกันอนาคตได้ เราแนะนำให้คุณทำงานประจำ แล้วงานไหนล่ะที่เหมาะกับเรา วิธีการง่ายๆ เป็นข้อแนะนำสำหรับ ไม่รู้จะทำงานอะไรดี ลองหาว่าเราชอบทำอะไรที่สุด หรือ สิ่งที่เราทำได้ดี แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ชอบที่สุด แต่สิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งที่ถนัดที่สุดก็ได้ และลองวิเคราะห์ดูว่า เราควรทำสิ่งไหนที่สุดในตอนนี้

สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่เรา การทำงานประจำถือว่าเป็นสิ่งที่เพิ่มความมั่นคงและเพิ่มความรับประกันหน้าที่การงานได้ในอนาคต การเรียนจบก็คนสมัยนั้นจึงต้องการทำงานประจำเลย มองหาบริษัทใหญ่ๆ ที่น่าเชื่อถือและสมัครเข้าไป แต่สมัยนี้ตัวเลือกในการทำงานมีมากมายหลายอย่าง จะทำงานประจำในบริษัทที่มีชื่อเสียง หรือ บริษัท Start Up ก็เป็นตัวเลือกของเด็กยุคใหม่ที่อยากเติบโตไปด้วยกัน และ มีอิสระทางความคิดมากกว่า


รับงาน Freelance 
อาชีพฟรีแลนซ์ (Freelance) ถือเป็นอาชีพตัวเลือกสำหรับคนยุคใหม่ที่นิยม สำหรับใครที่ไม่อยากทำงานประจำ เพราะมีความอิสระในรูปแบบการทำงาน เรื่องเวลา สถานที่ กระบวนการทำงานฟรีแลนซ์ พูดง่ายๆ คือ หาลูกค้า ทำงาน/ส่งงาน และ รับเงิน ซึ่งผู้ที่ทำฟรีแลนซ์ต้องมีความรับผิดชอบอย่างมากในการจัดสรรเวลา และ คงคุณภาพของงานให้ดีอยู่เสมอ เพราะคุณภาพของงาน และรักษาเวลา มีผลต่อการจ้างงาน ซึ่งอาชีพนี้ส่วนมากจะเป็นสายงานนิเทศศาสตร์ หรือบริหาร 

นอกจากการสร้างตัวตนให้ตัวเองในรูปแบบพอร์ตผลงานแล้ว เราอาจจะเข้าร่วมสังคมใหม่ๆ ในสายงานที่เราต้องการ เช่น ไปงานนิทรรศการ งานที่สามารถพบเจอผู้คนใหม่ๆ สร้างมิตรภาพ เพื่อทำให้เรารู้จักคนมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเรารู้จักคนเยอะ การที่เขาจะนึกถึงเราก็จะง่ายมากยิ่งขึ้น
แต่หัวใจสำคัญของงานฟรีแลนซ์ ก็คือการรักษาเวลา คงคุณภาพของงาน และการคิดค่าแรง (ที่ต้องพูดคุย ทำความเข้าใจกันกับลูกค้าตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้เกิดการผิดใจกันในอนาคต)


สร้างธุรกิจส่วนตัว หรือช่วยธุรกิจครอบครัว
ไม่อยากทำงานประจำ ไม่ได้อยากทำงานฟรีแลนซ์ แต่อยากเป็นนายตัวเอง งั้นเป็นเจ้าของมันซะเลย! การเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นความฝันของเด็กรุ่นใหม่หลายคน อยากทำอะไรของตัวเอง มีอิสระในชีวิต สร้างความมั่นคงด้วยตัวเอง อยากรวยเร็ว ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว การทำธุรกิจส่วนตัวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เราต้องมีความต้องการทำในสิ่งนั้น มีความชอบ และที่แน่ ๆ มันมีความเสี่ยง

การจะทำธุรกิจส่วนตัว เราต้องศึกษาในสิ่งที่จะทำอย่างรอบคอบ ยิ่งถ้าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ และไม่เคยเกิดขึ้น จะเป็นการสร้างจุดขายได้อย่างดีเยี่ยม หาจุดแข็ง และจุดอ่อนให้กับธุรกิจของเรา พอเมื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้ว เงินถึง Passionมี ก็ลุยเลย ของแบบนี้มันต้องลอง การเริ่มต้นมันอาจจะเสี่ยง แต่ถ้าไม่เสี่ยง แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เริ่มต้น

ส่วนอีกตัวเลือก คือ การไปช่วยธุรกิจที่บ้าน เป็นข้อดีอย่างหนึ่งคือ ธุรกิจไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ด้วยตัวเอง แต่ความยากอยู่ตรงที่ เราจะสามารถรักษาธุรกิจนี้ให้มั่นคงต่อไปได้อย่างไร? ความหวังของครอบครัวก็จะตกมาอยู่ที่เรา ครอบครัวฝากความหวังให้ การเรียนรู้จากรุ่นผู้ใหญ่ และนำมาปรับใช้ในแบบของเราเอง เพื่อต่อยอดและพัฒนาให้คงอยู่


ท่องเที่ยวพักผ่อนก่อน
ถ้าไม่อยากทำงาน อยากเปิดโลก อยากท่องเที่ยวในที่ใหม่ๆ แนะนำให้ไปเที่ยว ไม่ว่าจะตะเวนเที่ยวในประเทศ หรือหาประสบการณ์ใหม่ ก็ไปเที่ยวต่างประเทศ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ถ้าปัจจัยด้านการเงินพร้อม ที่บ้านไม่ได้ติดขัดว่าอะไร ก็ลุยเลย

การไปท่องเที่ยว คือ การสร้างประสบการณ์ให้ตัวเอง ดีกว่าการไปลงทุนในเรื่องการซื้อของต่างๆ เพราะการซื้อประสบการณ์เป็นสิ่งที่เราจะจดจำมันไปอีกนาน นึกถึงทีไรก็จะมีแต่ความทรงจำดีๆ

ถ้าหลังเรียนจบไม่รู้จะทำอะไร ลองออกไปเที่ยว ออกไปพักผ่อนความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนมาหลายปี บางทีกลับมาอาจจะได้รับแรงบันดาลใจ หรือไอเดียดีๆ ที่ให้สิ่งที่เราต้องการก็ได้


ไป Work and Travel เก็บประสบการณ์ 
ถ้าตัวเลือกของคุณคือ อยากไปเที่ยวต่างประเทศ และอยากหาประสบการณ์การทำงานไปด้วย ขอแนะนำให้ไป Work and Travel หรือ Work and Holiday การไป Work and Travel คือ การไปทำงานช่วงสั้นๆ ที่ต่างประเทศ

อย่างเช่นประเทศที่นิยมไปกันคือ อเมริกา ไปทำงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม การใช้ชีวิต เปิดโลกชีวิตในต่างประเทศ เจอเพื่อนใหม่ๆ ทั้งไทยและต่างชาติ ไปเรียนรู้ อดทนการใช้ชีวิตด้วยตัวเองในต่างแดน ซึ่งได้ทั้งความสนุก และ แถมได้เงินอีกด้วย

หลังจบโครงการเรายังสามารถนำเงินที่เราทำงาน ไปเที่ยวต่อในที่ต่างๆ ที่เราต้องการได้อีกด้วย หาเงินด้วยตัวเอง เอาไปเที่ยวเอง ทั้งสนุกและท้าทายสุดๆ ซึ่งเป็นทางเลือกที่เด็กรุ่นใหม่หลายคนทำกัน 



เรียนต่อ ไม่รออะไรละ
ถือเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่เด็กจบใหม่ เลือกระหว่างจะทำงานเลย หรือ เรียนต่อเลย ข้อดีของการเรียนต่อเลย คือ เรายังมีไฟในการเรียนอยู่ มีความกระตือรือร้นที่จะใฝ่ความรู้ เพราะพึ่งจบจากการเรียนปริญญาตรี เราก็ยังมีความรู้สึกว่าการเรียนต่อเป็นเรื่องที่สนุก

การเรียนทำให้เราเปิดโลกเพิ่มพูนความรู้ในสิ่งที่เราชอบ และเหมาะกับคนที่รู้แล้วว่าชอบทำงานอะไรในอนาคตอยากทำงานแบบไหน, ได้อัพเกรดโปรไฟล์ของตัวเอง พัฒนาทักษะในด้านที่ยังขาดและที่อยากเรียนรู้เพิ่ม

แต่ข้อเสีย คือ อาจจะมีประสบการณ์น้อยกว่าคนอื่นใน Class เรียน เพราะการเรียนต่อระดับปริญญาโท ส่วนใหญ่จะมีแต่คนที่ทำงานแล้ว เราอาจจะไม่มีเรื่องราวประสบการณ์การทำงานมาถกเถียงในชั้นเรียน แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาเพราะ ทุกอย่างสามารถฝึกและเพิ่มพูนทักษะกันได้


เข้าคอร์สเรียนเสริมทักษะอาชีพ
การเรียนคอร์สสั้น เป็นการเสริมทักษะความรู้ที่เรายังขาดอยู่ หรือเป็นสิ่งที่เราสนใจ  เช่น ไปเรียนภาษาอังกฤษ แล้วไปสอบวัดระดับภาษา ก็จะทำให้โปรไฟล์เราดีขึ้น, ไปเรียนคอร์สสอนวาดรูป-ตัดต่อ-ถ่ายภาพ, คอร์สสอนทำอาหาร-ขนม เพื่อนำทักษะไปเปิดร้าน หรือทำงานในด้านที่สนใจ เป็นต้น

การเรียนคอร์สสั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เป็นการเพิ่มทักษะให้กับตัวเอง หรือเป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่เคยลอง แล้วอยากลองทำต่อในอนาคต การทำอะไรใหม่ๆ การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งดีมากในชีวิต เพราะมันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงทักษะที่เพิ่มขึ้น ความพยายาม และที่สุดคือ ทำให้เราค้นหาตัวเองเจอ สำหรับบางคนที่ยังคิดไม่ออก ก็มีทางเลือกให้คือ ไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ , ไป Work and travel หรือไปทำกิจกรรมเข้าค่ายต่าง ๆ 


ออกค่ายทำกิจกรรมเพื่อสังคม
ถ้ายังอยากได้ความรู้ ความสนุก รู้จักคนกลุ่มใหม่ๆ หรืออยากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ขอแนะนำ ไปเข้าค่ายที่เราสนใจ หรือทำงานอาสาสมัคร การที่เราได้ไปเข้าค่ายไม่ว่าจะเป็น ค่ายความรู้ต่างๆที่เราสนใจ หรือจะค่ายอาสาสมัครช่วยเหลือผู้อื่น จะทำให้เราได้รับความรู้ใหม่ๆ รู้จักผู้คนใหม่ๆ เรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ฝึกฝนทักษะในด้านต่างๆ ด้านการเอาตัวรอด การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และที่สำคัญเป็นการท้าทายตัวเอง ซึ่งเป็นการเก็บเกี่ยวปนะสบการณ์ที่ดีที่สุด

การที่เราเก็บประสบการณ์จากหลายๆ สิ่ง จะทำให้พอร์ตของเรามีความน่าสนใจและสามารถต่อยอดไปในอนาคตได้ ดูมีความน่าสนใจ โดดเด่นมากกว่าคนอื่น ส่วนใครที่อยากออกค่ายอาสาที่ต่างประเทศ มีโครงการมากมายให้ได้เลือกไป นอกจากเราจะได้ไปทำอาสาแล้ว ที่สำคัญคือ ได้ไปเที่ยวด้วย ถือเป็นการใช้ช่วงเวลาให้เป็นประโยชน์อย่างมาก



จริงๆ แล้ว ชีวิตคนเราแต่ละคน ก็ไม่ได้มีตัวเลือกแค่ 7 เส้นทางหรอก เราสามารถสร้างตัวเลือกในชีวิตให้กับตัวเองได้อีกมากมายหลายทาง แปรเปลี่ยนไปตามเป้าหมายและความต้องการของแต่ละคน และถ้าหากว่าน้องๆ คนไหนยังสับสนกับเส้นทางนี้อยู่ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะใครๆ ก็เคยเผชิญภาวะนี้กันมาแล้วทั้งนั้น ใจเย็นๆ ค่อยๆๆ ตั้งสติและให้เวลากับตัวเอง 



ข้อมูลจาก
www.mangozero.com
minimore.com
th.jobsdb.com

 

คนอื่นๆอ่านเรื่องนี้ แล้วมักจะอ่านเรื่องต่อไปนี้ต่อ

หมวด